เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน ที่ผ่านมาเป็นวันครบรอบ 25 ปีของบริษัทบันเทิงยักษ์ใหญ่หมาย เลข 1 ของประเทศไทยที่มีชื่อเต็มๆว่า บริษัทจีเอ็ม เอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) หรือที่แฟนเพลงมักจะเรียกกันสั้นๆว่า บริษัทแกรมมี่
ใหญ่ไม่ใหญ่ขนาดไหนก็ดูได้จากตัวตึกบริษัท ที่มีความสูงถึง 43 ชั้น ตั้งตระหง่านอยู่ที่ถนนสุขุมวิท 21 หรือถนนอโศกที่สมัยหนึ่งเรียกว่าซอยอโศก แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กทม.
ใหญ่ไม่ใหญ่แค่ไหนอาจดูได้อีกทางจากรายได้ของบริษัทที่มีรายงานเปิดเผยอย่างเป็นทางการว่า เฉพาะปีที่แล้วปีเดียวมีรายได้ไหลเข้ามาถึง 7,000 กว่าล้านบาท และปีนี้แค่ 9 เดือนก็โกยมาแล้วเกือบ 6,000 ล้านบาท
ใครจะไปนึกล่ะว่าจากบริษัทเล็กๆที่จัดตั้งขึ้นด้วยเงินทุนประมาณ 3-4 แสนบาทเท่านั้น จะเติบ ใหญ่มาได้ถึงเพียงนี้ในช่วงเวลา 25 ปี
แต่ทุกสิ่งทุกอย่างก็เป็นไปแล้ว จากความสามารถ ของบุคคล 2 คน ที่เข้ามาผสมผสานกันอย่างลงตัว
คนแรกเป็นบัณฑิตจากคณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่ชื่อ ไพบูลย์ ดำรงชัยธรรม หรือที่เรียกกันทั่วไปว่า “อากู๋” และคนที่สองเป็นบัณฑิตจากคณะเศรษฐศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ที่ชื่อ “เต๋อ” หรือ เรวัต พุทธินันทน์
ไพบูลย์ เมื่อจบนิเทศฯ เกียรตินิยมอันดับ 1 จากจุฬาฯ แล้วก็ไปทำงานอยู่ที่ฟาร์อีสท์ บริษัทโฆษณา ลือชื่อ ต่อมาเข้าร่วมงานกับบริษัทพรีเมียร์ มาร์เก็ตติ้ง ได้รับตำแหน่งผู้จัดการ ทำหน้าที่ขายสินค้าดังๆหลายตัว จนถนัดเรื่องการตลาดพอๆกับความเป็นนักโฆษณาและนักสื่อสารที่ร่ำเรียนมาโดยตรง
สำหรับเต๋อแม้จะจบเศรษฐศาสตร์ธรรมศาสตร์ แต่เขากลับประสบความสำเร็จทางด้านดนตรีและร้องเพลงมาตั้งแต่ยังไม่จบด้วยซ้ำ เป็นหนึ่งในสมาชิกของวง ดิอิมพอสซิเบิ้ล และ โอเรียนเต็ลพังค์…ซึ่งนอกจากร้องเพลงเล่นดนตรีแล้ว ยังแต่งเพลงได้เอง
ทั้ง 2 คนเจอกันเมื่อไรไม่ทราบได้ แต่วันที่ เขาจับมือกันและตั้งบริษัทแกรมมี่ เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ ร่วมกันคือวันที่ 11 พฤศจิกายน 2526
เต๋อรับหน้าที่ด้านแต่งเพลง ผลิตเพลง และหานักร้องมาอัดเพลง ในขณะที่ไพบูลย์ก็รับหน้าที่ ขายเพลง และดูแลด้านการตลาดของเทปเพลงที่บริษัทผลิตขึ้น
แรกๆก็ขายเพลงของเต๋อนี่แหละ ไม่ต้องขายของใครละ ปรากฏว่าขายดีพอสมควร จนบริษัทอยู่ได้ เพลงชุด “เต๋อ 1” ยังอยู่ในความทรงจำของแฟนเพลง มาจนบัดนี้ด้วยท่วงทำนองที่แปลก และการแต่ง เนื้อร้องที่ไม่สัมผัสนอกสัมผัสในมากนัก ฉีกออกมาจากเพลงรุ่นเก่าๆที่มีกรอบตายตัว
จากนั้นก็ได้ นันทิดา แก้วบัวสาย มาร่วมสังกัด ออกชุด “นันทิดา 27” ที่มีเพลง ดีเจเสียงใส ดังสนั่น…ตามด้วย “แหวน” ฐิติมา สุตสุนทร ในปีเดียวกัน และ 2528 ก็กระหึ่มอีกด้วยชุด “หนุ่มดอยเต่า” ของนกแล
ปี 2529 กลายเป็นปีทองของแกรมมี่ เมื่อเต๋อไปชวนเด็กหนุ่มชื่อ เบิร์ด ธงไชย แมคอินไตย์ มาอยู่ด้วยแล้วก็ผลิต หาดทราย สายลม สองเรา ออกมาฮิตระเบิด
ถึงช่วงนี้อะไรก็หยุดแกรมมี่ไม่อยู่เสียแล้ว
ปี 2538 รวมเวลา 12 ปีพอดิบพอดีนับจากวันก่อตั้งบริษัท ไพบูลย์ ดำรงชัยธรรม ก็นำแกรมมี่เข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ กลายเป็นบริษัทบันเทิงชั้นนำอันดับหนึ่งของประเทศไทยโดยสมบูรณ์
ประกอบธุรกิจด้านสื่อแบบครบวงจร ทั้งดนตรี, โทรทัศน์, สิ่งพิมพ์, วิทยุ, ภาพยนตร์, ดิจิตอล ละครเวที และการจัดอีเวนต์ต่างๆ
สำหรับ เรวัต พุทธินันทน์ หลังจากแกรมมี่เข้าตลาดหุ้นได้ปีเศษๆ เขาก็จากโลกนี้ไปด้วยโรคมะเร็ง เมื่อ 27 ตุลาคม 2539 ด้วยอายุเพียง 48 ปีเท่านั้น นับเป็นการสูญเสียครั้งใหญ่ของวงการบันเทิง
แม้เต๋อจะจากไป แต่แกรมมี่ก็ยังเติบโตขึ้นเรื่อยๆ จากความคิดที่ไม่หยุดนิ่งของอากู๋ ไพบูลย์ ดำรงชัยธรรม และไม่เพียงแต่จะโตในประเทศเท่านั้น แกรมมี่ยังไปโตที่ต่างประเทศ อาทิ สิงคโปร์ มาเลเซีย ไต้หวัน เกาหลี ฯลฯ
ความสำเร็จในการสร้างภาพยนตร์หลายเรื่อง และการขยายกิจการเข้าสู่ละครเวที นับเป็นก้าวย่าง ที่สำคัญของแกรมมี่ใน พ.ศ.นี้ ส่วนว่าจะแผ่ขยายออกไปสู่กิจการอะไรอีกคงต้องติดตามกันต่อไป
สำหรับ ไพบูลย์ ดำรงชัยธรรม แม้วันนี้จะลอยตัวขึ้นเป็นประธานอยู่ข้างบน แต่อากู๋ก็ยังคงมีบทบาทสำคัญในการถือธงนำแกรมมี่ในฐานะผู้ถือหุ้นใหญ่ที่สุด ซึ่งคงจะไม่ยอมปล่อยให้แกรมมี่ที่เขาปั้นขึ้นมากับมือต้องถอยร่นไปเป็นสองรองคนอื่นๆอย่างแน่นอน
หลังจากวางมือปล่อยงานหลักๆให้เพื่อนร่วมงานรับไป ไพบูลย์ก็มีเวลาว่าง และหันมาทุ่มเทให้กับ มูลนิธิดำรงชัยธรรม ของเขามากขึ้น
เขาจดทะเบียนก่อตั้งมูลนิธิ เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2541 ด้วยทุนจดทะเบียนขั้นต้น 1 ล้านบาท และต่อมาก็มอบเงินส่วนตัวอีก 100 ล้านบาท ให้ มูลนิธิใช้เป็นเงินทุนในการส่งเสริมและพัฒนาเยาวชน ทางด้านการศึกษาเล่าเรียน
ไพบูลย์เน้นในด้านการศึกษา เพราะมีความเชื่อมั่นว่า การศึกษาเท่านั้นที่จะทำให้เด็กไทยและคนไทยมีความสามารถขึ้น จนแข่งขันได้ในเวทีโลก… แต่ความเก่ง ความสามารถอย่างเดียวคงไม่พอ เขาอยากเห็นเด็กไทยและคนไทยในอนาคตมีคุณธรรม จริยธรรม และจิตสำนึกที่ดี
เขายอมรับว่าการดำเนินงานของ มูลนิธิไทยรัฐ เป็นต้นแบบและแรงบันดาลใจสำหรับเขาอย่างมากในการให้ความสำคัญแก่เยาวชน
ทุกวันนี้มูลนิธิดำรงชัยธรรมของเขามีนักเรียน ทุนทั้งสิ้น 292 คน อยู่ในโครงการสร้างคนสร้างบัณฑิต 229 คน และอีกโครงการหนึ่งเป็นการช่วยเหลือทุนให้แก่เยาวชนที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติสึนามิ รวม 63 คน
ขณะนี้มูลนิธิกำลังอยู่ระหว่างคัดสรรผู้รับทุน สำหรับรุ่นที่ 11 โดยจะมอบให้ในปี 2552 รวม 39 ทุน คาดว่าจะประกาศผลได้ในราวๆเดือนมกราคม
มูลนิธิดำรงชัยธรรมจะเปิดรับสมัครนักเรียนรับทุนประมาณเดือนมิถุนายนของทุกๆปี.. .เยาวชนที่ยากจนแต่เรียนดี ประสงค์จะเข้ารับทุนอย่าลืมติดตามข่าวสารด้วย…ปีนี้ผ่านไปแล้ว…ปีหน้าราวๆ มิถุนายนค่อยติดตามประกาศจากคุณไพบูลย์ต่อไป
คนเราเมื่อใจบุญและทำบุญอย่างสม่ำเสมอจิตใจจึงเบิกบาน และสมองก็ปลอดโปร่งมีความคิดสร้างสรรค์ไปได้เรื่อยๆ
จึงไม่แปลกใจที่แกรมมี่ยังโตวันโตคืน พร้อมกับการขยายกิจการใหม่ๆอยู่ตลอดเวลา
25 ปี เดินมาได้ถึงขั้นเป็นอันดับ 1 ของธุรกิจบันเทิงแห่งประเทศไทย…อีก 10 ปีข้างหน้าขอให้เป็นอันดับ 1 ของอาเซียนนะครับ… (เอ! หรือว่าเป็นไปเรียบร้อยแล้ว?)
ซูม