ช็อกโกแลต วิลล์ของใหม่…มนุษย์หอม

ทีมงานซอกแซกได้ยินคำร่ำลือมาเข้าหูเป็นแรมเดือนแล้วว่า มีร้านอาหารในสไตล์ “สวนอาหาร” แห่งหนึ่ง เกิดขึ้นแถวๆ ถนนตัดใหม่ เลย “เกษตร–นวมินทร์” ไปทางถนนกาญจนาภิเษก ในเขตบึงกุ่มของ กทม.

ชื่อสวนอาหาร “ช็อกโกแลต วิลล์” ออกแบบก่อสร้างในสไตล์บ้านฝรั่ง ซึ่งมีทั้งยุโรปและอเมริกา เรียงรายอยู่ในอาณาบริเวณพื้นที่ 16 ไร่…อลังการเหลือเกิน

ในกระแสร่ำลือบอกด้วยว่า ผู้คนไปอุดหนุนแน่นมาก ขายดีเหมือนเปิดให้กินฟรีเลย ไม่เชื่อ ก็ลองแวะไปพิสูจน์ด้วยตนเองเถิด

พวกเราชาวทีมงานซึ่งยังไม่มีเวลาว่างตลอดเดือนที่แล้ว ก็ได้แต่ขอบคุณเพื่อนๆ ที่นำข่าวนี้มาบอก พร้อมกับจดลงสมุดบันทึกเอาไว้ รอว่ามีจังหวะเหมาะเมื่อไรจะแวบไปทันที

มาได้ฤกษ์เมื่อวันหยุดยาวเทศกาลสงกรานต์ที่ผ่านมานี่แหละครับ

ขับรถไปเรื่อยๆ ตามถนน “เกษตร–นวมินทร์” มุ่งหน้าไปยังถนนนวมินทร์ ซึ่งเมื่อ 2-3 ปีก่อน จะเป็น 3 แยก ไม่มีทางที่จะขับตรงไปข้างหน้าแต่ประการใดทั้งสิ้น

เขาเพิ่งจะตัดถนนใหม่ทะลุไปจดกับถนนวงแหวนรอบนอกเมื่อไม่นานมานี้ ส่งผลให้บริเวณดังกล่าวกลายเป็นสี่แยกไปโดยปริยาย

ทีมงานของเราตรงมาจากถนนเกษตร-นวมินทร์อยู่แล้ว พอได้ไฟเขียวก็ขับทะลุไปตามถนนตัดใหม่ เพียงแป๊บเดียวเท่านั้นก็เห็นรถยนต์จอดเป็นตับอยู่ที่ริมถนนสายนี้ทั้ง 2 ฝั่ง ยาวฝั่งละกิโลเมตรครึ่งได้กระมัง

ในขณะที่ปากทางเข้าสวนอาหารมีรถจ่อรออย่างไม่กระดิกอยู่จำนวนหนึ่ง พร้อมพนักงาน 2 หรือ 3 คน คอยยืนบอกว่า “ข้างในเต็มแล้วครับ…ที่จอดไม่มีแล้วครับ”

ขณะนั้นเป็นเวลา 6 โมงเย็นเป๊ะ เพราะวิทยุในรถบรรเลงเพลงชาติพอดิบพอดี

เข้าไปจอดในบริเวณร้านน่ะไม่มีทางแน่ๆ และถ้าจะไปจอดต่อคิวบรรดารถที่จอดอยู่ริมถนนด้านนอก ก็คงจะต้องเดินย้อนมาเป็นกิโลเมตร

อย่ากระนั้นเลย…พรุ่งนี้มาใหม่ดีกว่า จะมาตั้งแต่ 4 โมงเย็น ตามเวลาเปิดสวนอาหารที่เขาเขียนบอกไว้เลย…ให้รู้ไปซีน่าว่าจะไม่มีที่จอดรถว่างภายในบริเวณสวนอาหาร

วันรุ่งขึ้นซึ่งก็ยังเป็นช่วงวันหยุดอีกวัน คณะของเราเดินทางไปตามเวลาที่ตั้งใจไว้ แต่เจอปัญหาคนเล่นสาดน้ำระหว่างทางนิดหน่อย ไปถึงหน้าสวน เลยบ่าย 4 โมงไปสัก 10 นาที เห็นจะได้

ปรากฏว่าที่จอดรถข้างในพอมี แต่ก็เกือบเต็มแล้ว แสดงว่ามีคนคิดเหมือนพวกเราเยอะมาก…คือกลัวว่ามาใกล้ค่ำแล้วจะไม่มีที่จอดรถ และอาจไม่มีที่นั่งด้วย ก็เลยแห่กันมาตั้งแต่ก่อน 4 โมงเย็น

สำหรับโต๊ะอาหารที่กระจายอยู่ตามอาคารทรงยุโรปและอเมริกาต่างๆ ที่ก่อสร้างไว้ จะมีประมาณ 200 โต๊ะ ณ เวลาที่เราไปถึงยังไม่เต็มแต่ก็เหลือเฉพาะโต๊ะประเภทที่เจอแดดส่องเต็มๆ เท่านั้น

เราจึงต้องใช้วิธีจองเอาไว้ก่อน เพื่อรอแดดร่ม ลมตกค่อยเข้าไปนั่ง ซึ่งฝ่ายต้อนรับของสวนอาหารก็ไม่ขัดข้องแต่ประการใด

จากนั้นทีมงานซอกแซกก็กระจายกันออกซอกแซกเพื่อถ่ายภาพและตักตวงบรรยากาศเท่าที่จะตักตวงได้ เช่นเดียวกับบรรดาลูกค้าอีกหลายร้อยคนที่ยังไม่สามารถไปนั่งโต๊ะกลางแดดได้ต่างก็เดินไปเดินมาพร้อมกับถ่ายรูปมือเป็นระวิง

ต้องยอมรับครับว่าการออกแบบและการก่อสร้างของเขาอลังการจริงๆ สมคำร่ำลือ

ที่ทำการไปรษณีย์เอย ปั๊มน้ำมันเอย โรง–เตี๊ยมเอย สร้างได้เนียน และเป็นฝรั่งโบราณทุกหลัง

ใกล้ๆ สระน้ำมีเกาะเล็กๆ เกาะหนึ่ง มีประภาคารตั้งเด่นเป็นสง่าอยู่ เปิดให้ผู้สนใจปีนขึ้นไปดูวิวบนยอดประภาคารได้ ปรากฏว่ามีแฟนๆ ทั้งผู้ใหญ่และเด็กไปเข้าคิวรอยาวพอสมควร

พนักงานบอกเราว่าที่นี่เปิดให้เช่าถ่ายรูปด้วยนะ ใครที่แต่งงานกัน อยากถ่ายรูปเก๋ๆ ไว้เป็นที่ระลึก มาติดต่อได้เลย

พนักงานคนเดียวกันนั่นแหละที่บอกเราว่าตั้งแต่เปิดสวนอาหารเมื่อเดือนธันวาคม 2554 หลังน้ำท่วมใหญ่ผู้คนแน่นขนัดแบบนี้ทุกวัน

ถึงเธอไม่บอก เราก็เชื่ออยู่แล้ว เพราะจากข้อมูลในเฟซบุ๊ก ที่พวกเราตรวจสอบก่อนที่จะออกเดินทางไปร้าน พบว่ามีคนสั่งจองโต๊ะผ่านเฟซบุ๊กไปแล้วเกือบ 150,000 ราย

ขนาดสั่งจองยังเยอะแบบนี้ จึงไม่แปลกอะไรที่ขาจรแบบ “วอล์กอิน” หรือเดินเข้ามาเองจะมากมายก่ายกองอย่างที่เราเห็น

สำหรับอาหารนั้นก็มีเมนูทั้งฝรั่งทั้งไทย แต่เมนูที่มองไปเห็นสั่งกันแทบทุกโต๊ะก็คือ “ขาหมูย่าง” ทั้งขาแบบเยอรมัน ซึ่งจะจิ้มซอสมะเขือเทศแบบ ฝรั่ง หรือจะจิ้มแจ่วแบบอีสาน เขาก็มีแถมมาให้ด้วย

“ซี่โครงหมูอบ” ซี่โครงเบ้อเริ่มอยู่ในจานเบ้อเริ่ม ก็เป็นอีกเมนูหนึ่งที่เห็นสั่งแทบทุกโต๊ะ

นอกนั้นก็มี “หอยแครง” “ปลาหมึกย่าง” “ออส่วน” ไปจนถึงอาหารอิตาเลียน ประเภทพิซซ่ากับสปาเกตตี้ ที่มีการสั่งประปราย

ในส่วนของเพลงบรรเลงขับกล่อมนั้น เขาใช้เปิดแผ่นเสียงครับ…ช่วงเย็นๆ ส่วนใหญ่เป็นเพลงแบบสวนสนุกของวอลท์ดิสนีย์ ฟังแล้วเหมือนอยู่ในดิสนีย์แลนด์ แต่พอค่ำค่อยเปิดเพลงสากลหลากหลายที่เคยฮิตในอดีต

คณะของเรานั่งจนถึงทุ่มเศษๆ ถือโอกาสดูการประดับไฟยามค่ำคืนของเขาไปด้วย ได้บรรยากาศ ได้รสชาติไปอีกแบบหนึ่ง

เรานั่งลุ้นอีกหนตอนเรียกน้องๆ มาคิดเงิน แต่ก็เบาใจลงเมื่อผลลัพธ์ออกมา แม้จะแพงกว่าร้านปกติทั่วไปบ้าง แต่ก็ไม่แพงจนถึงขนาดรับไม่ได้

ก็ขออนุญาตนำมาบอกเล่าเก้าสิบตามภาระหน้าที่ของทีมงานซอกแซกดังเช่นเคย

พร้อมกับย้ำว่า…ทางสวนอาหารเขาไม่ได้หวงห้าม ไม่ได้กีดกันอะไร หากเราจะไปเที่ยวดูชมความงามเฉยๆ หรือไปถ่ายรูปเป็นที่ระลึกแบบถ่ายทั่วๆ ไป ไม่ใช่งานแต่งงานหรือจัดงานอีเวนต์

ว่างๆ ก็ลองแวะไปถ่ายรูปเป็นที่ระลึกไว้ก่อนก็ละกัน…รอให้ผู้คนบางกว่านี้สักนิดค่อยไปรับประทาน “ขาหมูย่าง” กับ “ซี่โครงหมูอบ” เจ้าของร้านเขาคงไม่ว่าอะไรหรอก.

“ซูม”

Posted in ซอกแซกล่าสุด, อาหาร | Comments Off