สุนทราภรณ์ “มิวสิคัล” สมศักดิ์ศรี 100 ปีครูเอื้อ

ความจริงผมเตรียมเรื่องอื่นไว้แล้วสำหรับซอกแซกประจำสัปดาห์นี้ แต่พอไปนั่งดูละครเวทีฟอร์มยักษ์ชื่อยาว “กว่าจะรักกันได้ สุนทราภรณ์ เดอะ มิวสิคัล” ในรอบสื่อมวลชนเมื่อ 2 วันก่อน ก็เลยเปลี่ยนใจ

เรื่องที่ผมเตรียมไว้ยังพอรอได้ แต่ละครเฉลิมฉลองเนื่องในโอกาสครบรอบ 100 ปีชาตกาล “ครูเอื้อ” เอื้อ สุนทรสนาน เรื่องนี้อาจจะลาโรงไปเสียก่อน ถ้าเก็บไปเขียนในสัปดาห์หลังๆ

ขออนุญาตแซงคิวเขียนให้เสียสัปดาห์นี้เลย

ท่านผู้อ่านคงทราบอยู่แล้วว่า ผมชอบดูละคร เพลงประเภท “เดอะ มิวสิคัล” และมักจะนำมาเขียนบอกเล่าผ่านคอลัมน์ซอกแซกอยู่เสมอๆ

ส่วนใหญ่ก็มักเป็นละครของคุณบอย ถกลเกียรติ วีรวรรณ หรือไม่ก็เป็นละครฝรั่งมังค่าที่เดินสายจากบรอดเวย์ที่อเมริกา หรือเวสต์ เอนด์ จากอังกฤษ มาประเทศไทย

ผมจึงตั้งใจที่จะดูละครเพลงชุดพิเศษเฉลิมฉลองครูเอื้อตั้งแต่ต้น แต่ก็ต้องบอกตรงๆว่า “ไม่แน่ใจ” จะสามารถนำมาเขียนได้หรือไม่?

เพราะดูชื่อดาราแสดงนำที่เป็นเด็กใหม่ๆ ซึ่งจะต้องมารับบทยิ่งใหญ่ “จุฬาตรีคูณ” ในบางช่วงตามที่ประชาสัมพันธ์ไว้ ทำให้ผมรู้สึกไม่ค่อยมั่นใจ

แต่พอไปนั่งดูแล้วประจักษ์ด้วยตัวเองว่า ดาราเด็กๆรุ่นลูกรุ่นหลานทุกๆคนแสดงได้ดีเกินคาด

โดยเฉพาะเด็ก 2 คู่ที่รับบทบางส่วนของจุฬาตรีคูณนั้น แสดงและร้องเพลงได้ดีมาก…มากจนเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้ผมตัดสินใจเขียนแซงคิว ดังที่เกริ่นไว้

ละครฉลอง 100 ปีครูเอื้อ ก็เป็นไปตามชื่อเรื่อง “กว่าเราจะรักกันได้” นั่นแหละ…คือเป็นเรื่องราวของคู่รัก 3 คู่ ที่ต้องใช้เวลาแสดงราวๆ 3 ชั่วโมง จึงสามารถรักกันได้อย่างลงตัว

คู่รักกลางคน 1 คู่ และคู่รักวัยรุ่น 2 คู่ ต่างก็มีความยุ่งยากสับสน พ่อแง่แม่งอนไปตามบทที่เขียนไว้

โดยหยิบยกเพลงของสุนทราภรณ์มาสอดใส่ อย่างเหมาะสม ขับร้องโดยดาราที่รับบทต่างๆ ในเรื่อง ซึ่งก็ร้องได้ดีมากทุกๆคน

เนื้อหาหลักของเรื่องเริ่มจากการที่ท่านประธานสมาคมแห่งหนึ่งมีความประสงค์จะจัดแสดงละครการกุศลเรื่อง “จุฬาตรีคูณ” จึงระดมผู้กำกับ คนเขียนบท และประกาศรับนักแสดงหน้าใหม่

เมื่อได้ดารามาครบแล้ว จึงมีการซ้อม และเมื่อถึงวันแสดงจริงก็แต่งตัวเข้าเครื่องแบบอินเดีย เป็นละครซ้อนละครอย่างที่ว่า

จากละคร (ในเรื่อง) ที่ทำท่าจะขายตั๋วไม่ออกในตอนแรก กลายเป็นละครที่คนแย่งกันจอง เพราะกลยุทธ์การสร้างข่าวของประชาสัมพันธ์สาวคนเก่ง

เมื่อคนดู (ในเรื่อง) เยอะ นักแสดงจึงแสดงกันอย่างสุดเหวี่ยง รวมทั้งพระเอก นางเอก พระรอง นางรอง ในจุฬาตรีคูณ

ในที่สุดก็จบอย่างแฮปปี้เอ็นดิ้ง และทั้ง 3 คู่… ต่างก็ “รักกันได้” สมปรารถนา

คนดู (จริงๆ) ที่เพลิด เพลินมากับการแสดงและการขับร้องเพลงต่างๆของสุนทราภรณ์ในละครเรื่องนี้มาแต่เริ่มต้นก็พลอยสมปรารถนาไปด้วย เมื่อตัวละครบนเวทีฉลองความสำเร็จด้วยเพลง “เริงลีลาศ” เต้นกันสะบัดช่อทั้งเวที

ทำให้นึกถึงละครฮิตระดับโลกที่เวสต์ เอนด์ ลอนดอน เรื่อง “MAMMA MIA” ที่เอาเพลงของ ABBA มาทำทั้งเรื่องแบบนี้และส่งท้ายด้วยเพลงเต้นรำอย่างสนุกสนาน…ซึ่งคนดูเกือบทั้งโรงจะลุกขึ้นมาเต้นตาม

ของเราอาจจะเพราะเป็นรอบสื่อมวลชน แม้จะมีเสียงเชิญชวนจากผู้แสดงบนเวทีว่าให้ลุกออกมาเต้นด้วยกันนะครับ…แต่คนดูยังคงสงวนท่าทีไม่ยอมลุก….ใช้วิธีปรบมือเป็นจังหวะแทนเสียมากกว่า

เอาเถอะ…รอบแสดงจริงๆ…อาจจะมีคนลุกขึ้นเต้นแบบของฝรั่งเขาบ้างก็เป็นได้

สรุปว่า…ขอปรบมือให้ทีมงานผู้สร้างของ เจเอสแอลฯ ทุกๆท่าน ไล่ตามชื่อในเอกสารที่ส่งล่วงหน้ามาที่ผม ได้แก่คุณ วัชระ แวววุฒินันท์, พิไลวรรณ บุญล้น, วิรสิทธิ์ ศิริตัน และ สบชัย ไกรยูรเสน

โดยเฉพาะรายหลังเป็นกำลังสำคัญในการนำ บทเพลงอมตะของสุนทราภรณ์มาเรียบเรียงสร้างสรรค์ ให้กระหึ่มขึ้น แต่ยังรักษาเสน่ห์และท่วงทำนองเดิมไว้ทุกกระเบียดนิ้ว

ขอปรบมือให้นักแสดงทุกคน เริ่มจากรุ่นเดอะอย่าง ป๋า สุประวัติ ปัทมะสูต รุ่นกลางอย่าง สุเมธ องอาจ และ มณีนุช เสมรสุต และรุ่นลูกหรือ “วัยรุ่น” อย่าง พิษณุ นิ่มสกุล (บอย), รัชพล แย้มแสง (AF 4), พริมรตา เดชอุดม, พุทธธิดา ศิระฉายา และ ณัฏฐ์นรี มะลิทอง

ที่ชอบมากคือรุ่นเด็กหรือรุ่นลูก เล่นดีร้องดี ทุกๆคน โดยเฉพาะทั้ง 4 คน บอย, รัชพล, พริมรตา และณัฏฐ์นรี ที่รับบทสำคัญใน “จุฬาตรีคูณ” นั้น ต้องขอปรบมือให้เป็นพิเศษ

ไม่อยากจะเชื่อเลยว่า ทุกๆคนจะเล่นได้อย่างคล่องแคล่ว ทั้งบทพูด บทร้อง…โดยเฉพาะเพลงชุดนี้ยากๆทั้งนั้น ยังสามารถร้องได้อย่างยอดเยี่ยมทุกคน

รุ่นลูกอีกคนที่ต้องชื่นชมก็คือ พุทธธิดา ศิระฉายา ลูกสาว “เดอะต้อย” เศรษฐา ศิระฉายา กับ อรัญญา นามวงศ์ ที่ไปนั่งลุ้นอยู่ข้างเวทีด้วย… นับเป็นลูกไม้หล่นใต้ต้น ทั้งร้อง ทั้งเล่น ได้อย่างโดดเด่น แม้จะไม่อยู่ในชุดจุฬาตรีคูณด้วยก็ตาม

นอกนั้นก็แสดงได้ดีทุกคน ไม่ได้เอ่ยถึงในวันนี้ก็ต้องขออภัยด้วย

ผมหวังว่าในวันแสดงจริง ละครเพลง 100 ปี ครูเอื้อเรื่องนี้จะมีคนดูแน่นเปรี๊ยะ เหมือนละครสมมติ (ในเรื่อง) ที่บอกว่า หลังจากเปลี่ยนกลยุทธ์ประชา-สัมพันธ์ทำให้คนจองบัตรจุฬาตรีคูณจาก “ศูนย์” กลายเป็น 80 เปอร์เซ็นต์

ตามที่แจ้งมาบอกว่า จะแสดงแค่ 9 รอบเท่านั้น เขาเปิดแสดงวันศุกร์ 21 มกราคม นับถึงวันนี้อาทิตย์ ที่ 23 มกราคม จึงน่าจะเป็นรอบที่ 3

จากนั้นจะไปแสดงอีก 3 รอบ วันที่ 28-29-30 มกราคม และอีก 3 รอบ 4-5-6 กุมภาพันธ์ เวลาแสดงถ้าตรงกับวันศุกร์จะเป็น 19.30 น. แต่ถ้าเป็นวันเสาร์กับอาทิตย์จะแสดง 14.00 น. วันละรอบ (ไม่มีกลางคืน) ที่ เอ็ม เธียเตอร์ ถนนเพชรบุรีตัดใหม่

จองบัตรได้ที่ไทยทิกเก็ต, เมเจอร์ซีเนเพล็กซ์ , และไปรษณีย์ไทยครับ

ผมคาดว่าดวงวิญญาณของครู เอื้อ สุนทรสนาน หากสามารถรับทราบได้ด้วยวิถีใดก็ตาม ท่านคงจะ มีความสุขและปลาบปลื้มอย่างยิ่งที่เพลงของท่านจะไม่มีวันเสื่อมสูญไปจากแผ่นดินไทย และจากโลกนี้

เพราะเด็กๆ รุ่นนี้ที่สามารถรับมรดกเพลงของ ครูไว้ และถ่ายทอดได้อย่างเยี่ยมยอด จนน่าจะคาดหวังได้ว่าพวกเขาจะช่วยกันส่งไม้ต่อไปในอนาคตได้อีกหลายรุ่น…และอีกนานแสนนาน.

“ซูม”

This entry was posted in บันเทิง. Bookmark the permalink.

Comments are closed.