nareenakhara_1นารีนครา เป็นพระราชนิพนธ์แปลนวนิยายจีนในสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ซึ่งพระปรีชาด้านอักษรศาสตร์ของพระองค์นั้นเป็นที่ประจักษ์ยิ่ง

“เหมียวอ้วน” จึงขอเล่าถึงเนื้อเรื่องที่อ่านแล้วได้ทั้งข้อคิดและความประทับใจ ตัวละครหลักมีสองคนคือ มี่เจี่ย หญิงวัยกลางคนซึ่งเป็นเจ้าของร้านขัดรองเท้า เธอเป็นนักสู้ ใจกว้าง ฉลาดแหลมคมและตรงไปตรงมา อีกคนคือเฝิงชุน สาวทำงานวัย 30 เธอแต่งงานแล้วและมีลูกชาย 1 คน

เฝิงชุนมาขอทำงานที่ร้านขัดรองเท้าเพราะต้องการประชดสามี แต่นานวันไปสามีก็ไม่มาง้อและมาตามกลับ ระหว่างที่ทำงานขัดรองเท้าอยู่กับมี่เจี่ย เฝิงชุนได้เรียนรู้หลายอย่าง รวมทั้งได้ครุ่นคิดถึงเรื่องราวที่ผ่านมา ตลอดจนปัญหาชีวิตคู่จนตกตะกอนทางความคิด มีความเติบใหญ่ขึ้น

วันหนึ่งมีนักธุรกิจหนุ่มมาขัดรองเท้า เขากับเฝิงชุนตกหลุมรักกันทันที แต่มี่เจี่ยได้ยื่นมือเข้ามาจัดระเบียบความสัมพันธ์เพื่อให้เป็นไปตามความเหมาะสม เพราะเฝิงชุนยังไม่ได้หย่า มี่เจี่ยกับเฝิงชุนได้คุยกันแบบเปิดอก มี่เจี่ยเล่าเรื่องราวส่วนตัวให้เฝิงชุนฟัง รวมทั้งความรักใคร่นับถือในตัวแม่สามีว่าเกิดขึ้นได้เพราะอะไร? มี่เจี่ยเป็นแม่ม่าย สามีตายเพราะโรคมะเร็ง นางมีลูกชาย 1 คน และอยู่อาศัยกับแม่สามีมาตลอด

nareenakhara_2

เรื่องราวเพิ่มเติมขอเชิญนักอ่านติดตามกันได้ในเล่ม “เหมียวอ้วน” ขอยกคำคมและประโยคที่ประทับใจมาเอ่ยอ้างสักเล็กน้อย…

“ในอาชีพ 360 อาชีพ ย่อมต้องมีคนที่ทำงานเป็นเลิศในอาชีพนั้น ในโลกนี้ไม่มีงานที่ต่ำต้อย มีแต่คนที่ต่ำต้อย”

“อย่าคิดว่าชีวิตในโลกนี้เป็นเรื่องน่าเบื่อ ที่จริงคนจะอยู่ด้วยกันหรือแยกกันอาจจะเป็นเวลาสั้นๆ แยกกันแล้วอาจจะแยกไปเลย”

ในเรื่องยังเล่าถึงนิสัยใจคอชาวอู่ฮั่น และอาหารการกินพื้นเมืองที่ชวนหิวอีกด้วย ในภาคผนวกจึงเสริมเกร็ดความรู้เกี่ยวกับมณฑลหูเป่ย พร้อมทั้งภาพอาหารอู่ฮั่น ที่ทางสำนักพิมพ์นานมีบุ๊คส์บอกว่า ปรุงโดยเชฟมืออาชีพที่บินตรงมาจากเมืองอู่ฮั่นโดยเฉพาะ…ส่วนหนังสือนั้นตั้งราคาขายไว้ที่ 185 บาท

“เหมียวอ้วนชวนอ่าน”

ทีมงานซูมซอกแซกดอทคอม

nareenakhara_4nareenakhara_3