police-story-2013_01พุธและพฤหัสบดีที่ 25-26 ธันวาคมนี้มีหนังเข้าใหม่ฉายรับเทศกาลคริสต์มาสถึง 4 เรื่อง ทั้งหนังบู๊สนั่นของเฉินหลง หรือแจ๊คกี้ ชาน เจ้าของตำนานวิ่งสู้ฟัด ที่กลับมาสานตำนานอีกครั้งกับ “Police Story 2013” หรือ “วิ่งสู้ฟัด 2013” ส่วนหนังไทยก็มีหนังตลกของ “ยอร์ช-ฤกษ์ชัย” ที่ประกบคู่พระนางสุดรั่ว “บอย-ปกรณ์” กับ “ยิปโซ-รมิตา” ในหนังใหม่ส่งท้ายปีเรื่อง “ฟัดจังโตะ”

ส่วนคอสารคดีสัตว์โลกต้องไม่พลาด “Walking with Dinosaurs 3D” หนังไดโนเสาร์ที่มาพร้อมเรื่องราวการผจญภัยสุดน่ารักที่เต็มไปด้วยความสมจริง  และวันพฤหัสที่ 26 ธ.ค. มีหนังเลสเบี้ยนแนวดราม่าที่ได้รับคำชมอย่างล้นหลามจากนักวิจารณ์เรื่อง “Blue Is the Warmest Color” มาให้ดูเฉพาะโรง ใครชอบสไตล์ไหนไปตีตั๋วชมกันได้เลย

Police Story 2013 (วิ่งสู้ฟัด 2013)

หนังที่สร้างมาแล้วถึง 5 ภาค และประสบความสำเร็จอย่างล้นหลามทั่วเอเชียเรื่องนี้กลับมาสานต่อความมันส์อีกครั้ง กับเรื่องราวที่เริ่มต้นขึ้นในผับของ เจียงหวู (หลิวเย) ซึ่งมีคนร้ายจับกุมบรรดาลูกค้าเป็นตัวประกันเพื่อต่อรองแลกเปลี่ยนตัวกับนักโทษที่อยู่ในคุก

และในบรรดาลูกค้าที่ถูกคุมตัวไว้มี เหมียวเหมียว (เทียน จิง) ลูกสาวของ จงเหวิน (เฉินหลง) นายตำรวจใหญ่รุ่นเก๋ามากประสบการณ์รวมอยู่ด้วย ถึงแม้ว่าความสัมพันธ์ฉันพ่อลูกของทั้งคู่จะไม่ค่อยดีนัก แต่จงเหวินก็รักลูกสาวสุดหัวใจ เขาพร้อมจะทำทุกอย่างเพื่อให้เธอปลอดภัย

police-story-2013_02

งานนี้จงเหวินจึงต้องงัดทักษะทุกอย่างที่มีออกมาใช้ แถมยังต้องใช้ไหวพริบแก้ปัญหาเฉพาะหน้าตลอด ชนิดที่ผู้ชมจะได้ลุ้นกันแทบหายใจไม่ออกไปกับการไล่ล่า และการเผชิญหน้ากันระหว่างเขากับเหล่าวายร้าย ท่ามกลางโลเกชั่นสุดอันตรายอย่างกลางรางรถไฟที่แล่นมาด้วยความเร็วสูง ฉากต่อสู้บนยอดตึกสูงหลายสิบชั้น รวมทั้งฉาก “ฟัดลั่นกรงเหล็ก” ซึ่งแจ๊คกี้ ชาน ผู้รับบทจงเหวินต้องปะทะกับคู่ต่อสู้รุ่นใหม่ที่เชี่ยวชาญทั้งทักษะการต่อสู้ MMA และมีกลโกงรอบด้านภายในกรงเหล็กที่ล้อมรอบอย่างแน่นหนา

ฟัดจังโตะ

ผลงานส่งท้ายปีเก่าจาก “ยอร์ช-ฤกษ์ชัย พวงเพ็ชร์” ผู้กำกับที่ถนัดงานแนวโรแมนติกคอมมิดี้ที่คราวนี้เขาหันมาทำหนังรักแนวตบจูบปนขำขัน กับเรื่องราวรักสุดรั่วของคู่พระนางอารมณ์ดีอย่าง  “บอย-ปกรณ์ ฉัตรบริรักษ์” และ “ยิปโซ-รมิตา มหาพฤกษ์พงศ์” ในหนังที่ไปถ่ายทำถึงประเทศญี่ปุ่น

FUD-JUNG-TO_01

เหตุเกิดขึ้นเมื่อ แก๊ป (ยิปโซ) แดนเซอร์สาวผู้ชอบพูดแต่เรื่องตัวเอง เสียงดังเอะอะพาโวย ทะเลาะกับแฟนอย่าง ก๊อป (บอย) ผู้ชายห่วยๆ ปากดีที่เอาแต่จิกกัดกันจนถึงขั้นเบื่อกันและเลิกกันในที่สุด แล้วแก๊ปเกิดได้รางวัลเที่ยวแดนในฝันประเทศญี่ปุ่นสมใจ แต่ดันมีข้อแม้ว่าทริปนี้เธอต้องไปกับคนที่ส่งชื่อชิงโชคด้วยกันซึ่งก็คือก๊อป

คู่รักที่กลายเป็นคู่ร้างจึงต้องหันหน้าเข้าหากันเพื่อไปเยือนแดนในฝัน แต่มันก็ไม่ราบรื่นอยู่แล้วเพราะคู่กัดคู่นี้ยังคงตั้งหน้าจิกกัดกันทุกครั้งที่มีโอกาสด้วยความแค้นส่วนตัว แต่บอกได้เลยว่าแสนจะฮาสุดๆ เพราะทริปนี้มี ไกด์ (เอ๊ะ ละอองฟอง) ไกด์หนุ่มลูกติดพ่อที่ไปไหนก็หิ้วพ่อสุดเพี้ยนอย่าง กวง (แอนนา ชวนชื่น) ไปด้วยเสมอ

ไปลุ้นกันว่าแก๊ปกับก๊อปจะได้คืนดีกันหรือไม่ และผลงานใหม่ของผู้กำกับยอร์ชจะทำให้คนดูประทับใจได้เท่า สคส สวีทตี้,วาเลนไทน์สวีตตี้, สุดเขตสเลดเป็ด, 32 ธันวา และ คุณนายโฮ หรือเปล่า

Walking with Dinosaurs 3D (วอล์คกิ้ง วิธ ไดโนซอร์ เดอะ 3D มูฟวี่)

เปิดโลกใหม่กับหนังแนวสารคดีที่เล่าเรื่องชีวิตสัตว์อย่างมีสไตล์ไปกับ “Walking with Dinosaurs 3D” หนังสำหรับทุกคนในครอบครัว ที่เล่าเรื่องราวผ่านไดโนเสาร์น้อย “แพทซี่” สัตว์โลกในยุค 70 ล้านปีที่แล้วในช่วงยุคปลายครีเทเชียส กับดินแดนที่เราเรียกกันทุกวันนี้ว่าอลาสก้า

walking-with-dinosaurs_01

เรื่องเริ่มขึ้นเมื่อเด็กวัยรุ่นอย่าง ริกกี้ (ชาร์ลี โรว์) กับน้องสาวชื่อ เจด (แอนกัวรี่ ไรซ์) ไปเที่ยวบ้านลุงแซก (คาร์ล เออร์บัน) ที่เป็นนักบรรพชีวินวิทยาที่อลาสก้า แล้วบังเอิญได้พบกับ อเล็กซ์ (พากย์เสียงโดยจอห์น เลกุยซาโม่) ไดโนเสาร์พันธุ์อเล็กซอร์นิสที่เล่าเรื่องราวในอดีตให้ฟัง ซึ่งเป็นเรื่องราวระหว่างแพทซี่ (พากย์เสียงโดยจัสติน ลอง) ไดโนเสาร์พันธุ์พาคีไรโนซอรัส กับอเล็กซ์เองในฐานะเพื่อนซี้

แพทซี่เรียนรู้สิ่งต่างๆ รอบตัวอย่างกระตือรือร้น และต้องหาทางเอาชีวิตรอดแข่งกับพวกพี่น้องแม้ว่าเขาจะตัวเล็กกว่าใครก็ตาม แถมยังต้องคอยระวังภัยจากเหล่านักล่าที่มีความป่าเถื่อนอย่างทรูโอดอนจอมเจ้าเล่ห์ และกอร์โกซอรัสที่น่ากลัว ต่อมาแพทซี่เห็นการตายของพ่อที่สยดสยองด้วยฟันของกอร์โกซอรัส เขาจึงหันหน้ามาร่วมมือกับ สโคว์เลอร์ (พากย์เสียงโดยสกายเลอร์ สโตน) พี่ชายของเขา และเพื่อนสาวของเขาที่ชื่อ จูนิเปอร์ (พากย์เสียงโดยเทย่า เซอร์คาร์) ฝ่าฟันความวุ่นวายต่างๆ ทั้งการเดินทางอพยพย้ายถิ่นครั้งใหญ่ การผจญภัยแสนตื่นเต้นและชวนขนลุก จนกระทั่งพวกเขาได้มาถึงผืนแผ่นดินที่มีหิมะปกคลุม และได้กลับมาอยู่กับครอบครัวอย่างพร้อมหน้าอีกหน

ในเรื่องราวนี้บอกเล่าถึงความกล้าหาญของแพทซี่ ไดโนเสาร์ที่เอาชนะทุกอุปสรรคจนได้กลายเป็นฮีโร่ของยุคนั้น พร้อมสัมผัสกับมิตรภาพอันอบอุ่น การเอาตัวรอดจากอันตรายรอบตัวที่แสนจะตื่นเต้นและต้องเอาใจช่วยเป็นที่สุด

หนังได้ “บาร์รี่ คุก” เจ้าของผลงานที่มีชื่อเสียงอย่างภาพยนตร์แอนิเมชั่น เรื่อง Mulan, ผู้ร่วมกำกับฯ แอนิเมชั่น เรื่อง Arthur Christmas มากำกับร่วมกับ “นีล ไนติงเกล” ผู้กำกับฝ่ายสร้างสรรค์ของ BBC Earth

Blue Is the Warmest Color

หนังเลสเบี้ยนดราม่าเรื่องนี้สร้างมาจากนิยายภาพชื่อเดียวกันของนักเขียนหญิงชาวฝรั่งเศส “จูลี มาโรห์” เล่าเรื่องของ อเดล (อเดล เอ็กซาร์โคปูโลส) หญิงสาววัย 17 ที่ช่างฝัน รักการอ่านนิยาย และเปี่ยมอุดมคติ อเดลกำลังอยู่ในระยะทำใจ หลังจากเพิ่งเลิกราจากแฟนหนุ่ม

จนกระทั่งคืนหนึ่งเพื่อนสาวของเธอชวนไปเที่ยวบาร์เลสเบี้ยน ที่นั่นเองอเดลก็ได้พบกับหญิงสาวบุคลิกสุดห้าวที่ย้อมผมสีฟ้าดูโดดเด่นสะดุดตานามว่า เอมม่า (ลีอา เซย์ดูซ์) เอมม่าเป็นนักเรียนศิลปะ คำพูดของเธอที่ทั้งชาญฉลาดและเปี่ยมเสน่ห์ทำให้อเดลตกหลุมรักในทันที ทั้งๆ ที่หญิงสาวเองก็ไม่ได้เอะใจมาก่อนว่าตนเองจะตกหลุมรักผู้หญิงด้วยกันได้

blue-is-the-warmest-colour_01

จากนั้นอารมณ์อันวาบหวามของทั้งคู่ก็ปะทุขึ้นอย่างเร่าร้อนรุนแรง และในความสัมพันธ์ที่งอกเงยอย่างน่าทึ่งนั้น หญิงสาวสองคนได้เรียนรู้ความรัก ความเจ็บปวด ที่สำคัญไปกว่านั้นคือการได้รู้จักตัวเอง…จนกระทั่งพวกเธอได้เติบโตผ่านพ้นวัยเยาว์มาได้ กว่าจะรู้ตัวอีกที ทั้งอเดลและเอมม่าต่างก็ยืนอยู่บนเส้นขนานที่ไม่มีทางมาบรรจบกันได้อีก

หนังเป็นผลงานการกํากับของ “อับเดลลาทิฟ เคชิช” ซึ่งสามารถคว้ารางวัลปาล์มทองคํา ที่อันถือเป็นรางวัลสูงสุดของเทศกาลมาครอง และหนังเรื่องนี้ก็เป็นที่ถูกกล่าวขวัญถึงมากที่สุดในเทศกาลหนังเมืองคานส์ปีนี้ ทั้งจากความอื้อฉาวของเนื้อหา การแสดงที่สมจริง ตลอดจนอารมณ์ที่กรีดหัวใจคนดู…

Blue Is the Warmest Color เข้าฉายเฉพาะที่โรงภาพยนตร์เฮ้าส์ อาร์ซีเอ, เอส เอฟ เวิลด์ ซีเนม่า เซ็นทรัลเวิลด์ และที่พารากอน ซีนีเพล็กซ์

ทีมงานซูมซอกแซกดอทคอม