I-Frankenstein_01สัปดาห์นี้มีหนังแอ๊กชั่นมาให้ดูทั้งหนังฮอลลีวู้ดคือ “I Frankenstein” ที่มาพร้อมฉากต่อสู้สุดมันส์ การันตีโดยทีมสเปเชี่ยลเอฟเฟกต์จากทีมผู้สร้าง Underworld ส่วนอีกเรื่องเป็นหนังฮ่องกงเรื่อง “Firestorm” ที่พระเอก “หลิวเต๋อหัว” ทุ่มสุดตัวกับฉากบู๊สุดเสียวไส้

นอกจากนี้ยังมีหนังตลกอย่าง “Jackass Present Bad Grandpa” ให้เหล่าแฟนๆ หนัง “Jackass” ได้เกรียนไปกับคุณปู่และคุณหลานสุดแสบ ปิดท้ายที่หนังดราม่า “Dallas Buyers Club” กับเรื่องราวของชายผู้ไม่ยอมแพ้ต่อชีวิตและโรคร้ายที่รุมเร้า

I Frankenstein (สงครามล้างพันธุ์อมตะ)
จากตัวละครอันโด่งดังในนวนิยายของ “แมรี เชลลีย์” สู่บทใหม่ของหนังฮีโร่แอ๊กชั่นที่เปลี่ยนภาพของอสุรกายจอมพลัง “แฟรงเกนสไตน์” เสียใหม่ กลายเป็นชายหนุ่มสุดเท่ผู้มาพร้อมภารกิจจำเป็นในการปกป้องมนุษย์กับทางเดินที่ต้องเลือก

อดัม (แอรอน เอ็คฮาร์ท) เป็นสิ่งมีชีวิตที่เกิดจากการทดลองสุดพิสดารของ ดร.วิคเตอร์ แฟรงเกนสไตน์ (เอเดน ยัง) ที่นำชิ้นส่วนของมนุษย์มาเย็บต่อกันและช็อตด้วยกระแสไฟฟ้าทำให้มีชีวิตขึ้นมา เขามีชีวิตยืนยาวมานานนับศตวรรษจนถึงยุคสมัยปัจจุบัน โดยเขาอาศัยอยู่ในมุมมืดของมหานครและจะปรากฏตัวในยามรัตติกาลเท่านั้น

I-Frankenstein_02

แต่นอกจากสิ่งมีชีวิตเหนือธรรมชาติอย่างอดัมแล้วยังมีสัตว์ประหลาดในตำนานอื่นๆ อีกที่ซ่อนตัวอยู่บนโลกนี้ และในคืนหนึ่งที่อดัมถูกโจมตีจนได้รับบาดเจ็บ เขาได้รับการช่วยเหลือจาก เทอร์ร่า (อีวอนน์ สตราฮอฟสกี) หัวหน้านักวิทยาศาสตร์สาวแห่งสถาบัน “เวสเซ็ค” องค์กรที่มุ่งไขความลับของชีวิตที่เป็นอมตะเพื่อประโยชน์ของมวลมนุษยชาติ

เมื่อเทอร์ร่าใกล้ชิดอดัมมากขึ้น เธอจึงรู้ว่าเขาเป็นมากกว่าความผิดพลาดของการทดลอง เขาเป็นมนุษย์คนหนึ่งที่มีจิตใจดีกว่าหลายคนบนโลก และเขาก็กลายมาเป็นผู้ช่วยเหลือเธอเมื่อเธอรู้ว่าตัวเองถูกองค์กรปีศาจ “เวสเซ็ค” หลอกใช้

I-Frankenstein_03

ขณะเดียวกันเหล่าการ์กอยล์ หรือปนาลี ผู้มีหน้าที่ปกป้องโลกจากการคุกคามของปีศาจ ก็พยายามชักจูงอดัมให้เข้าร่วมกับพวกตน โดยราชินีการ์กอยล์ผู้มีจิตใจเมตตานามว่า เลโอนอร์ (มิแรนด้า อ็อตโต้) ได้หว่านล้อมอดัมให้ใช้พลังมหาศาลของเขาในทางที่ดี แต่หากว่าอดัมเลือกอยู่ฝั่งตรงข้าม พวกการ์กอยล์ก็พร้อมที่จะทำลายเขาได้เช่นเดียวกัน

ส่วนเหล่าปีศาจ สิ่งชั่วร้ายจากอเวจีที่นำโดย นาเบรุส (บิลล์ ไนฮีย์) ก็ซ่อนตัวปะปนกับมนุษย์อย่างกลมกลืน พวกมันมีเป้าหมายที่จะทำลายล้างพวกการ์กอยล์เพื่อขจัดขวากหนามในการครอบครองโลก ขณะเดียวกันก็ค้นหาเส้นทางสู่ความเป็นอมตะ แล้วก็พบว่ากุญแจสำคัญในการไขความลับนี้อยู่ที่ตัวอดัมนั่นเอง

Firestorm (ปิดเมืองล่าโจร)
พบกับเรื่องราวการต่อสู้กับอิทธิพลมืดของนายตำรวจผู้รักความยุติธรรม หลุ่ยหมิงเจ๋อ (หลิวเต๋อหัว) ที่ทุ่มสุดตัวกับการก้าวข้ามเส้นแบ่งแห่งความถูกต้อง เพื่อกวาดล้างแก๊งอาชญากรสุดโฉดที่คอยก่อความไม่สงบและคร่าชีวิตคนบริสุทธิ์ไม่เว้นแม้แต่กลางวันแสกๆ

นอกจากหนังจะมาพร้อมฉากแอ๊กชั่นมันส์หยดที่ “หลิวเต๋อหัว” ลงทุนแสดงในฉากบู๊เสี่ยงตายเองทั้งหมดแล้ว ผู้ชมยังจะได้เห็นภาพโลเกชั่นที่สวยงามและสำคัญๆ ของฮ่องกง ทั้งถนนควีน ท่าเรือวิคตอเรีย ย่านเซ็นทรัล ตลอดจนสนามบินไคตั๊ก

Firestorm01

Firestorm ได้โปรดิวเซอร์ฝีมือเยี่ยมอย่าง “วิลเลี่ยม คง” ผู้อยู่เบื้องหลังภาพยนตร์เอเชียฟอร์มยักษ์อย่าง Hero และ Crushing Tiger Hidden Dragon ที่ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงออสการ์ในสาขาภาพยนตร์ยอดเยี่ยมมาแล้ว ส่วนงานกำกับนั้นเป็นฝีมือของ “อลัน หยวน” ที่ควบทั้งตำแหน่งผู้กำกับและนักเขียนบท โดยได้ทีมออกแบบคิวบู๊ที่ชนะเลิศรางวัล Golden Horse Award มาร่วมงานด้วย

Jackass Present Bad Grandpa (ปู่ซ่าส์มหาภัย)
หนังตลกที่โด่งดังและเป็นที่จดจำของคอหนังชาวไทยเรื่องนี้กลับมาเรียกเสียงฮาอีกครั้ง โดยคราวนี้แก๊ง Jackass ไม่ได้กลับมาทั้งทีม มีเพียงคุณปู่ Bad Grandpa หนึ่งในสมาชิกของ Jackass มาแสดงนำเสียเอง

Jackass_Present01

เรื่องเริ่มขึ้นเมื่อ เออร์วิง ซิสแมน (จอห์นนี น็อกซ์วิลล์) วัย 86 ปี กำลังเดินทางข้ามอเมริกา แต่เกิดเหตุผิดแผนไปเมื่อเขามีเพื่อนร่วมทางที่คาดไม่ถึงคือ บิลลี่ (แจ็กสัน นิโคล) หลานชายวัย 8 ขวบของเขาร่วมทางไปด้วย

ระหว่างทางเออร์วิงจึงแนะนำให้บิลลี่ เด็กชายผู้เชื่อคนง่ายได้รู้จักกับผู้คน สถานที่ และสถานการณ์ต่างๆ พร้อมกับสร้างความป่วนให้กับผู้คน ในสถานที่จริง คนจริง ไม่มีการเตี๊ยมที่นำมาซึ่งความฮาล้วนๆ และนี่จะเป็นการสร้างคำนิยามใหม่ให้กับคำว่าการเลี้ยงเด็กอย่างแน่นอน
หนังได้ “เจฟฟ์ ทรีเมนน์” ผู้กำกับเจ้าเดียวกับ Jackass ตั้งแต่ภาคแรกมาถึงภาค 3.5 มาสร้างความป่วนอีกครั้ง

Dallas Buyers Club (สอนโลกให้รู้จักกล้า)
พบกับเรื่องราวของ “รอน วู้ดรูฟ” (แมทธิว แม็คคอนาเฮย์) หนุ่มเท็กซัสผู้เป็นทั้งช่างไฟฟ้าและนักกีฬาโรดีโอ ผู้ซึ่งใช้ชีวิตอย่างหัวหกก้นขวิดจนต้องมาเผชิญกับวิกฤตครั้งร้ายแรงที่สุด เมื่อเขาติดเชื้อเอชไอวีในปี 1986 และมีเวลาอยู่ดูโลกอีกเพียง 30 วัน

ช่วงเวลานั้นเป็นช่วงที่ยารักษาโรคเอดส์ยังไม่ได้รับการค้นคว้าหรือยอมรับกันอย่างจริงจัง เมื่อ ดร.อีฟ (เจนนิเฟอร์ การ์เนอร์) แพทย์ของรอนขอให้เขาอยู่ภายใต้การรักษาแบบตามมีตามเกิดในยุคนั้น แต่รอนก็ตัดสินใจที่จะไม่งอมืองอเท้านั่งรอความตาย เขาจึงเดินทางข้ามชายแดนไปเม็กซิโกเพื่อหาทางเลือกใหม่ในการรักษา ต่อมาเขาก็ลักลอบนำตัวยาเข้ามาในสหรัฐฯ และเอาไปเผยแพร่ในสังคมชาวเกย์ โดยได้รับความช่วยเหลือจากเรย์ออน (จาเร็ด เลโต้) เพื่อนเกย์ผู้ติดเชื้อเอชไอวีเหมือนกัน

Dallas_Buyers_Club01

รอนและเรย์ออนได้ก่อตั้ง “บายเออร์ส คลับ” ที่เป็นชุมชนผู้ป่วยโรคเอดส์ โดยพวกเขาลงขันกันจ่ายเงินรายเดือน เพื่อใช้เป็นทุนในการเสาะหาตัวยาหรือวิธีรักษาแบบใหม่ โดยไม่รอความช่วยเหลือจากภาครัฐ ขณะที่บายเออร์ส คลับเติบโตขึ้นด้วยการสนับสนุนของเพื่อนๆ และบรรดาลูกค้า รอนก็ต้องต่อสู้เพื่อกอบกู้ศักดิ์ศรีกลับคืนมา รวมทั้งเรียกหาการยอมรับจากคนในสังคมปกติ ซึ่งการต่อสู้ครั้งนี้ได้เติมเต็มชีวิตของเขาให้สมบูรณ์ อย่างที่เขาเองไม่เคยรู้สึกมาก่อน

หนังสร้างจากเรื่องจริงของ “รอน วู้ดรูฟ” โดยฝีมือ “ฌอง-มาร์ก วาลลี” ผู้กำกับที่ใช้เวลาถ่ายทำทั้งหมดแค่ 25 วัน และใช้เงินทุนไปทั้งสิ้นไม่ถึง 5 ล้านดอลลาร์ โดยหนังเรื่องนี้เกือบได้ แบรด พิตต์ และ ไรอัน กอสลิ่ง มารับบท รอน วู้ดรูฟ ในขณะที่โปรดิวเซอร์อย่าง “ร็อบบี้ เบรนเนอร์” ที่เข้ามาดูแลโปรเจกต์ตั้งแต่ปี 2001 ก็เผยว่าหนังถูกปฏิเสธถึง 87 ครั้ง แต่เมื่อได้ดารานำอย่าง แมทธิว แม็คคอนาเฮย์ กับ จาเร็ด เลโต้ ที่ทุ่มเทกับการลดน้ำหนักให้ดูเหมือนคนไข้จริงๆ บวกกับพลังการแสดงของพวกเขา หนังจึงออกมาไม่เศร้าอย่างที่ควรจะเป็น

Dallas Buyers Club เข้าฉายเฉพาะโรงภาพยนตร์ในเครือ SF Cinema City และ Apex เท่านั้น

ทีมงานซูมซอกแซกดอทคอม