นิทรรศการ AVATAR – Discover Pandora เป็นนิทรรศการเชิงโต้ตอบแบบใหม่ ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากภาพยนตร์ AVATAR ภาพยนตร์แนวมหากาพย์วิทยาศาสตร์ ซึ่งมีเนื้อหาเกี่ยวกับโลกอนาคตและเทคนิคพิเศษสุดล้ำ ของผู้กำกับชื่อดัง เจมส์ คาเมรอน

หนังเรื่องนี้โด่งดังอย่างมากมายในปี พ.ศ. 2552 จนเกิดปรากฏการณ์ AVATAR ฟีเวอร์ทั่วโลก และสามารถคว้ารางวัล Golden Globe Awards และรางวัล Academy Awards ด้วยเช่นกัน

จากภาพยนตร์เหนือจินตนาการของโลกอนาคต สู่นิทรรศการที่ผู้ชมจะได้เข้าไปอยู่ในโลกเสมือนจริงด้วยเทคโนโลยีสุดล้ำ นำเสนอความมหัศจรรย์ของโลกต่างดาว สิ่งแวดล้อมอันน่าพิศวง รวมถึงวัฒนธรรมอันเป็นเอกลักษณ์ของชนเผ่าพื้นเมืองชาวนาวี เสมือนการเนรมิตดาวแพนดอร่าให้มาปรากฏต่อสายตาชาวโลก


นิทรรศการจัดแสดงที่ประเทศไทยเป็นแห่งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งเป็นครั้งที่ 2 ของโลก หลังจากเคยสร้างความตื่นตาตื่นใจที่ “ตึก 101 ไทเป” ประเทศไต้หวันมาแล้ว โดยคราวนี้มาในรูปแบบนิทรรศการอินเตอร์แอคทีฟ เอ็กซิบิชั่น ณ MCC HALL ชั้น 4 เดอะมอลล์ บางกะปิ ระหว่างวันที่ 1 กรกฎาคม – 3 กันยายน พ.ศ. 2560

ออนเซนโชคดีที่มีโอกาสติดตามคุณปู่ไปชมนิทรรศการนี้เป็นกลุ่มแรกๆ ก่อนรอบปฐมทัศน์ แม้ว่าจะต้องออกจากห้องเรียนก่อนเวลา แต่ประสบการณ์ที่ออนเซนได้สัมผัส ถือว่าคุ้มค่ามาก ซึ่งหาไม่ได้จากในห้องเรียน

เพียงแค่ก้าวเข้าไปในโลกจำลองของแพนดอร่า ออนเซนก็ทึ่งไปกับบรรยากาศโดยรอบแล้วค่ะ ภายในก็ยังใช้เทคโนโลยีสุดล้ำมาชวนให้สนุกกับกิจกรรมต่างๆ มากมายอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นเทคนิคพิเศษต่างๆ ที่สร้างด้วยคอมพิวเตอร์ รวมไปถึงการจำลองตัวละครต่างๆ ที่มีขนาดเท่าจริงด้วยเครื่องพิมพ์ 3 มิติรุ่นใหม่ล่าสุด

ออนเซนอยากแนะนำว่าก่อนมาชมนิทรรศการ ให้หาหนังมาดูอีกครั้ง หรืออ่านเนื้อเรื่องสรุปของภาพยนตร์ AVATAR มาก่อนนะคะ เพื่อเพิ่มอรรถรสเวลาที่เดินชมอยู่ในนิทรรศการ เพราะจะทำให้รู้สึกเหมือนว่ากำลังหลุดเข้าไปในดาวแพนดอร่าจริงๆ

เรื่องราวคร่าวๆ ก็มีอยู่ว่า “เจค อดีตนาวิกโยธินหนุ่มที่เป็นอัมพาตครึ่งตัว ถูกเรียกมาปฏิบัติหน้าที่ในภารกิจพิเศษที่จะต้องเปลี่ยนร่างกายของเขา (อวตาร) ให้กลายเป็นชาวมนุษย์ต่างดาวที่อาศัยอยู่ที่ดาวแพนดอร่า โดยเจคต้องเข้าไปสอดแนมในกลุ่มของชาวนาวี เพื่อนำทางให้มนุษย์เข้าไปตักตวงแร่ อันออบเทเนียม อันมีค่าของที่นั่น แต่ยิ่งเจคได้สัมผัสชีวิตบนดาวแพนดอร่ามากเท่าไหร่ เขาก็ยิ่งหลงใหลในความงามของที่นี่มากขึ้นเท่านั้น ท้ายที่สุดเขาต้องเลือกระหว่างภารกิจที่เขาได้รับมอบหมายจากโลกและความรักความผูกพันที่มีต่อชาวนาวี ในสงครามที่มีอนาคต ของโลกมนุษย์เป็นเดิมพัน”

นิทรรศการ AVATAR – Discover Pandora แบ่งออกเป็น 10 โซน เมื่อได้รับบัตรเข้าชมแล้ว ด่านแรกที่ต้องเจอก็คือเครื่องลงทะเบียน ที่เราจะต้องเสียบบัตรเข้าเครื่อง พร้อมกรอกข้อมูลต่างๆ รวมถึงอีเมล์ เพื่อให้ทีมงานสามารถส่งภาพ เสียง และข้อมูลต่างๆ ที่เราได้ร่วมกิจกรรมมาให้เราได้ภายหลัง ผู้เข้าชมสามารถถ่ายภาพได้ โดยไม่ใช้แฟลชค่ะ

โซน 1 Entry Portal ก้าวข้ามศตวรรษที่ 21 ไปสู่โลกแห่งศตวรรษที่ 22 ซึ่งเต็มไปด้วยความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ และความมหัศจรรย์เหนือจินตนาการของโลกอวตาร โซนนี้จะมีให้ถ่ายรูปกับ Green screen และทีมงานจะนำภาพนั้นไปใส่ในฉาก AVATAR ต่างๆ โดยเราสามารถเลือกซื้อภาพได้ที่โซนจำหน่ายของที่ระลึกหลังชมนิทรรศการจบ ราคาภาพละ 350 บาท

โซน 2 Introduction to the Universe เป็นโซนที่ให้ชมคลิปเรียนรู้เกี่ยวกับการเดินทางท่องอวกาศและประวัติศาสตร์ของการค้นพบแพนดอร่าในระบบสุริยะ Alpha Centauri ระบบดาวเคราะห์ที่อยู่ใกล้โลกที่สุด

ซึ่งแพนดอร่า ก็คือ ดวงจันทร์ที่โคจรรอบดาว Polyphemus นั่นเอง พร้อมทั้งเรียนรู้ภาษาของชาวนาวี อาทิ “คาล-เท้” (สวัสดี) “กิ-เย-วา-เมะ” (ลาก่อนแล้วพบกันใหม่) “รู้-เทะ” (กรุณา) “อิ-รา-โยะ” (ขอบคุณ)

โซน 3 The Avartar Program ก้าวเข้าสู่โลกของอวตาร ชมคลิปเรียนรู้ประวัติศาสตร์ของดาวแพนดอร่าโดยรวม แร่อันออบเทเนียม มีแรงแม่เหล็กระดับสูง สร้างลักษณะทางภูมิศาสตร์ที่น่าอัศจรรย์ ชาวนาวีที่มีลักษณะคล้ายมนุษย์ สามารถปรับสภาพให้เข้ากับแรงโน้มถ่วงระดับต่ำ และสภาพนิเวศวิทยาของแพนดอร่าได้ นักวิทยาศาสตร์วิจัยเพื่อให้ร่างอวตารของมนุษย์สามารถใช้ชีวิตแบบชาวนาวีบนแพนดอร่าได้ สิงมีชีวิตบนดาวแพนดอร่าสามารถเรืองแสงได้ในยามค่ำคืน

พอดูคลิปจบประตูสู่ดาวแพนดอร่าก็เปิดออก เพื่อต้อนรับผู้มาเยือนอย่างเป็นทางการ

 

โซน 4 Pandora สำรวจสิ่งแวดล้อมอันน่าตื่นตาตื่นใจของแพนดอร่า ทั้งพรรณพืชและสัตว์อันเป็นเอกลักษณ์ และวิถีชีวิตอันบ่งบอกความเป็นดาวแพนดอร่า

แค่โซนแรกออนเซนก็ตื่นเต้นแล้ว เพราะเข้าไปถึงก็เจอดอกไม้ “ลอเรยู” รูปทรงวงก้นหอยสีแสดนี้ พอออนเซนเอื้อมมือจับ ดอกไม้ก็หดตัวลงเรี่ยพื้น พอเอามือออกมันก็บานกลับขึ้นมาใหม่ ตรงข้ามกันก็มีพืชที่อยู่ในโดมทรงกลมสามารถเปล่งเสียงร้องเพลงได้ บางต้นมีกลิ่นที่แปลกประหลาด จะกลิ่นเหมือนอะไรนั้นต้องลองไปดมนะคะ ใกล้ๆ กันออนเซนยังได้ล้วงเข้าไปในหลุมมืดๆ พร้อมลูบคลำสัตว์แห่งแพนดอร่า ใครกล้าเชิญมาพิสูจน์นะคะ

โซน 5 Na’ vi Culture เรียนรู้วิถีชีวิตชาวนาวี ร่วมสนุกกับกิจกรรมต่างๆ เพื่อเรียนรู้เกี่ยวกับวัฒนธรรม ภาษา และดนตรี ของชาวนาวี

ชาวนาวีเป็นมนุษย์ต่างดาวที่อาศัยบนดาวแพนดอร่า มีลักษณะคล้ายมนุษย์ รูปร่างสูงใหญ่ ราว 9 – 12 ฟุต มีหาง ผิวหนังมีลายสีน้ำเงินเต็มตัว ดวงตาเปล่งประกายสุกใสสีเหลืองโทนน้ำตาล มีดั้งจมูกใหญ่เหมือนสิงโต บนใบหน้ามีจุดเรืองแสงอยู่ มีเขี้ยวและหูที่คล้ายแมว ใช้ธนูอาบยาพิษเป็นอาวุธ นับถือเทพเจ้านาม เอวา

ชาวนาวีตัวใหญ่มาก ออนเซนลองเอามือเทียบขนาดดูแล้วออนเซนสูงไม่ถึงเข่าพวกเขาเลยค่ะ ความสูงต่างกันมากๆ เลย ที่รอบๆ ครอบครัวชาวนาวี ก็มีขนาดจำลองของมือและเท้า เพื่อให้เราได้เปรียบเทียบ ออนเซนลองเอามือทาบดูแล้ว มือของออนเซนเล็กนิดเดียวเองค่ะ ขณะที่ทาบอยู่นั้นก็ได้กลิ่นถ่านที่ชาวนาวีก่อไว้อีกด้วย ส่วนเครื่องดนตรีต่างๆ ของชาวนาวี ออนเซนก็ได้ฟังครบถ้วน

 

โซน 6 Biology เปิดโลกสิ่งมีชีวิตแห่งอวตาร ตื่นใจกับสิ่งมีชีวิตน่าพิศวงเท่าตัวจริง Direhorse สัตว์กินพืชตัวสีม่วงที่ชาวนาวีใช้เป็นพาหนะรูปร่างคล้ายกับม้า แต่มีขา 6 ขา หัวเล็กมีคอและจมูกยาว, ยอดนักล่า Viperwolf มีกรามที่แข็งแรงและหน้ายาวจนล้มเหยื่อขนาดใหญ่ได้ ส่วน Banshee เป็นสัตว์ปีกสีเขียวขนาดใหญ่ที่ชาวนาวีเลี้ยงไว้ขี่เพื่อออกล่าสัตว์

โซน 7 Above Pandora สัมผัสภูเขาลอยฟ้าฮัลเลลูยาห์ สถานที่แห่งสัญลักษณ์ของแพนดอร่า และโต้ตอบกับ Banshee

เทือกเขาฮัลเลลูยาห์ลอยฟ้ามีการเคลื่อนตัวสม่ำเสมอ ทดสอบแรงแม่เหล็กจำลองโดยหมุนแท่นเป็นวงกลม จากนั้นไปยืนหน้าจอยักษ์เตรียมขี่มังกรคู่ใจที่ชาวนาวีใช้เป็นสัตว์พาหนะทางอากาศ

ออนเซนชอบจุดนี้ที่สุด เพราะเมื่อเรากางแขนออกแล้วทำท่าทางต่างๆ เจ้ามังกรก็จะเปลี่ยนท่าทางตาม เหมือนเรากำลังบังคับเจ้ามังกรให้บินอยู่กลางอากาศ และเมื่อเราปรบมือ มังกรก็จะบินตีลังกาอีกด้วย

โซน 8 RDA เรียนรู้การจัดการทรัพยากร ทดลองสวมชุด AMP

ออนเซนรับภารกิจฝึกหุ่นยนต์ชุดเกราะติดอาวุธพร้อมรบแบบในภาพยนตร์ โดยบังคับคันโยกตามลูกศรทั้งด้านซ้ายและขวา เพื่อผ่านด่านต่างๆ สนุกมากค่ะ

โซน 9 Bioluminescence ใกล้ชิดกับสิ่งมีชีวิตแสนอัศจรรย์ เดินผ่านพื้นแพนดอร่าที่เปล่งแสงระยิบระยับสวยงาม มีแท่นสูงๆ ให้ใช้มือวาดรูปได้ด้วย

ออนเซนวาดรูปหัวใจค่ะ แล้วก็ชมสัตว์ 6 ขาขนาดมหึมา ที่เรืองแสงในความมืด ออนเซนลองเอามือนาบไว้หน้าโดมแก้วพบว่า ดอกไม้แห่งแพนดอร่าเปลี่ยนสีได้อย่างน่าอัศจรรย์

โซน 10 Connections หลอมรวมเป็นหนึ่งกับเอวา และรุกชาติแห่งวิญญาณ

จุดเด่นของโซนนี้คือ Tree of Souls ต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ของชาวนาวี ร่วมถ่ายภาพคู่กับเกสรดอกไม้สีขาวบริสุทธิ์ที่ลอยลงมาคล้ายแมงกะพรุน ซึ่งชาวนาวีเชื่อว่าเป็นเมล็ดพันธุ์ไม้ศักดิ์สิทธิ์ พร้อมสนุกกับจอภาพอัจฉริยะเสมือนได้เป็นชนเผ่านาวีจริงๆ ออนเซนไปก่อนติดตั้งเสร็จเลยอดแปลงร่างเป็นชาวนาวี คราวหน้าไม่พลาดแน่ค่ะ

ราคาบัตรผู้ใหญ่ 490 บาท เด็ก (อายุไม่เกิน 12 ปี) 390 บาท เด็กเล็ก (อายุต่ำกว่า 4 ปี) เข้าชมฟรี จำหน่ายบัตรที่ www.avatardiscoverpandorath.com, www.allticketthailand.com, 7-Eleven ทุกสาขาทั่วประเทศ, https://store.ais.co.th หรือบูทจำหน่ายบัตรบริเวณหน้างาน

พิเศษสำหรับสมาชิก M Card

  • ใช้คะแนน 500 M Points แลกรับบัตรเข้าชมงานฟรี 1 ใบ
  • เมื่อใช้จ่ายในศูนย์การค้าและห้างสรรพสินค้าครบ 2,500 บาท รับฟรีบัตรเข้าชมงาน 1 ใบ
  • เมื่อใช้จ่ายในศูนย์การค้า ห้างสรรพสินค้า และร้านอาหารในโซนไดนิ่ง สแควร์ ชั้น 4 เอดะมอลล์ บางกะปิ ครบ 2,000 บาท รับฟรีบัตรเข้าชมงาน 1 ใบ
  • รับส่วนลด 10% (ที่เตาน์เตอร์เซอร์วิส ทุกสาขา โดยแลกรับสิทธิ์ผ่านโทรศัพท์มือถือ)

มาสัมผัสประสบการณ์ใหม่ เข้าสู่โลกยุคศตวรรษที่ 22 ซึ่งเต็มไปด้วยศาสตร์และความมหัศจรรย์ พร้อมพิสูจน์ความน่าพิศวงของดาวแพนดอร่าที่หลุดออกมาจากจอภาพยนตร์ AVATAR กันนะคะ ณ MCC HALL ชั้น 4 เดอะมอลล์ บางกะปิ ระหว่างวันที่ 1 กรกฎาคม – 3 กันยายน พ.ศ. 2560 เปิดทำการ 11.00 – 21.30 น.

สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ www.avatardiscoverpandorath.com

ad.pressacard.700.90