ออนเซนได้ไปร่วมงานฉลองก้าวสู่ปีที่ 3 ของสวนสนุก “IMAGINIA” เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม พ.ศ.2560 ที่ผ่านมาค่ะ อิเมจิเนีย เป็นสวนสนุกสำหรับเด็กที่ใช้สื่อล้ำสมัย Digital Interactive มาผสมผสานได้อย่างลงตัวและน่าสนใจ

อาศัยแนวคิดเรื่องการพัฒนาสมอง EF ทั้ง 9 ด้าน มาพัฒนารูปแบบต่างๆ จนสามารถครอบคลุมทักษะหลากหลายด้าน ซึ่งเป็นพื้นฐานของการเกิดวุฒิภาวะทางอารมณ์ หรือ EQ อีกทั้งช่วยเสริมสร้างพัฒนาการทั้งร่างกาย อารมณ์ความรู้สึก กระบวนการคิด และความคิดสร้างสรรค์ ให้เด็กได้เรียนรู้จากการเล่นผ่านกิจกรรมต่างๆ

ที่นี่เด็กๆ จะได้เรียนรู้ถึง 3 ภาษา คือ ไทย-อังกฤษ-ญี่ปุ่น มีฐานกิจกรรมปลูกความคิดสร้างสรรค์มากถึง 22 โซน บนพื้นที่ 1,500 ตารางเมตร ปลอดภัยหายห่วงด้วยเทคโนโลยี RFID SYSTEM ที่ช่วยควบคุมการเข้าออกพร้อมผู้ปกครอง ซึ่งต้อง scan ภาพคู่กันกับเด็ก ณ ประตูเข้า-ออก

สวนสนุก อิเมจิเนีย ตั้งอยู่ที่ชั้น 3 โซนเอ็มเพลย์กราวด์ ณ ศูนย์การค้า ดิเอ็มโพเรียม (ติด บีทีเอส พร้อมพงษ์) เปิดให้บริการทุกวันจันทร์ – พฤหัสบดี เวลา 10.00 – 19.00 น. และ วันศุกร์ – วันอาทิตย์ เวลา 10.00 – 20.00 น.

อัตราค่าเข้า (3 ชั่วโมงแรก)
เด็กเล็ก แรกเกิด – 70 เซนติเมตร 100 บาท
เด็กสูง 71 – 100 เซนติเมตร 250 บาท
เด็กโต 101 เซนติเมตร ขึ้นไป แต่อายุไม่เกิน 12 ปี 480 บาท
ผู้ใหญ่ 200 บาท
อัตราค่าเข้าเพิ่มเติม (เกิน 3 ชั่วโมง)
เกินเวลามาไม่เกิน 30 นาที + 30 บาท
เกินเวลามาไม่เกิน 60 นาที +50 บาท
เกินเวลามาไม่เกิน 90 นาที + 100 บาท
เกินเวลามาไม่เกิน 120 นาที + 150 บาท
เกินเวลา 120 นาทีขึ้นไป คิดราคาเต็ม

งานฉลองเริ่มต้นด้วยนิทานหุ่นเชิด โดยมีคุณเหมือนฝัน สิริกรณ์ คุณาวงศ์ ผู้อำนวยการ บริษัท อิเมจิเนีย เพลย์แลนด์ จำกัด ขึ้นกล่าวโดยสรุปว่า “เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองการก้าวเข้าสู่ปีที่ 3 ของ IMAGINIA จึงได้พัฒนาโซนใหม่เพิ่มขึ้นอีก 2 โซน คือ Space Stadium และ Stomping Ground พร้อมจัดกิจกรรมพิเศษ IMAGINIA with Guru ตลอดปีนี้ เปิดโอกาสให้เด็กๆ ได้ร่วมเวิร์คช็อปกับผู้เชี่ยวชาญในด้านต่างๆ ทั้งเรื่องศิลปะ ดนตรี วรรณกรรม เพื่อกระตุ้นพรสวรรค์ของเด็กๆ ให้เด่นชัดขึ้น โดยผู้ที่เข้าร่วมกิจกรรมจะได้รับประสบการณ์การเรียนรู้ สนุกสนาน และสร้างสังคม พร้อมรับใบรับรอง Certificate จากอิเมจิเนีย โดยมีมาสคอสหน้าใหม่อย่าง “น้องมะลิ” “น้องฟลุต” และ “อาโอะ” เพื่อนจากโลกนิทานที่ออกมายังสวนสนุกอิเมจิเนีย ที่มาเพิ่มสีสันอีกด้วย”

เมื่อพิธีการเสร็จ ออนเซนก็พร้อมตะลุยค่ะ เริ่มที่ โซน “Gateway” โดยใช้ wristband ลงทะเบียน พร้อมกรอกอีเมลล์ และถ่ายภาพเพื่อทำพาสปอร์ต ซึ่งเราจะใช้ wristband ในแต่ละฐานกิจกรรม เพื่อบันทึกประสบการณ์ดีๆ ค่ะ

ภาพประจำตัวออนเซนเป็นรูปลิงค่ะ เจี๊ยกๆ ก่อนกลับยังเรียกคุณแม่และคุณพ่อมาถ่ายรูปลิงด้วยกันอีก

โซน “Art Gallery” รวบรวมผลงานของศิลปินชื่อดังระดับนานาชาติ รวมถึง อาจารย์ เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ศิลปินแห่งชาติของไทยไว้ด้วย โดยเราสามารถต่อยอดความคิดสร้างสรรค์จากผลงานชิ้นเอกของเหล่าศิลปินได้ค่ะ แล้วอย่าลืมใช้ wristband ส่งผลงานเข้าอีเมลล์ด้วยนะคะ

โซน “Builder’s Studio” ของเล่นภายในถูกออกแบบมาอย่างพิถีพิถัน โดยความร่วมมือระหว่าง บริษัทผลิตของเล่นไม้ระดับโลกและทีมงาน IMAGINIA เด็กๆ สามารถฝึกกล้ามเนื้อมัดเล็ก ต่อยอดจินตนาการในการต่อของเล่นไม้ได้เอง

ส่วนด้านข้างโซนนี้มีโต๊ะศิลปะประดิษฐ์ให้ออกแบบนกอาโอะโดยใช้เทปใสด้วยค่ะ

โซน “Wonder Car” ช่วยกันแต้มสีสัน และตกแต่งรถที่มีเจ้ามังกรลูมอสเกาะอยู่กันค่ะ โดยแต่ละมุมก็จะระบายสีต่างส่วนกันค่ะ ผลลัพธ์ก็จะไปฉายอยู่ที่รถนอกจอแบบเป๊ะเลย


ด้านหน้าโซนนี้มีชุดและหมวกเตรียมไว้ให้เรา Mix & Match ออนเซนลองใส่จนครบทุกชุด สนุกสนานมากค่ะ หยิบเสื้อ หยิบหมวก ใส่แว่นตา แล้ววิ่งเข้าฉากเพื่อถ่ายภาพ วิ่งวนจนครบทุกชุด 2-3 รอบเชียวค่ะ

โซน “Art Cabin” ออนเซนแวะมาระบายสีที่โซนนี้หลายรูปเลยค่ะ มีทั้งสีไม้และสีเทียนให้เลือกใช้ แต่ละวันจะมีกิจกรรมเสริมพิเศษตามเวลาประเภทศิลปะประดิษฐ์ โดยวันนี้เป็นการทำการ์ดดอกไม้ด้วยการใช้กาวค่ะ ออนเซนตั้งใจทำมากนะคะ มีสมาธิมากเลย

โซน “Shadow Forest” เพียงแค่ไปยืนหน้าจอภาพตรงตำแหน่งที่กำหนด แล้วทำท่าทางต่างๆ เงาของเราก็จะปรากฏบนจอค่ะ โดยแบ่งเป็น 3 ช่อง ช่องซ้ายแปลงร่างเป็นกินรีมีปีก ช่องกลางเป็นต้นไม้ ส่วนช่องขวาเป็นเทวดาน้อย คอยรับดาวที่ร่วงลงมาค่ะ

โซน “Ride to the sky” ฝึกการขับขี่แบบปลอดภัย อย่าลืมสวมหมวกกันน็อกด้วยนะคะ กด start ตรงมือจับด้านหน้า แล้วปั่นลัดเลาะไปตามวิวด้านหน้า มีให้เลือกทั้งของเด็กเล็ก เด็กโต ชมวิวเมือง ส่วนผู้ใหญ่ไปท่องกาแล็คซี่ค่ะ

โซน “Space Stadium” ร่วมกันปกป้องเมือง IMAGINIA ให้รอดพ้นจากฝูงอุกกาบาตใหญ่เล็ก โดยการโยน ทุ่ม หรือเตะลูกบอลให้โดนอุกกาบาตจนแตกสลาย แนะนำให้หยิบลูกบอลทุกลูกใส่ในกล่องแล้วเริ่มตะลุยค่ะ จะได้ไม่เสียเวลาวิ่งตามหาลูกบอล ซึ่งโซนนี้เป็นโซนเปิดใหม่เมื่อไม่นานมานี้

โซน “IMAGINIA Fort” ฐานปีนป่ายไม้ขนาดใหญ่ นำเข้าจากสหรัฐอเมริกา ออกแบบเพื่อให้เด็กเล็กต่ำกว่า 3 ขวบ ได้ฝึกการทรงตัวและพัฒนาการสมดุลของร่างกายอย่างเพลิดเพลิน เรื่องปีนป่ายขอให้ไว้ใจออนเซน ปีนขึ้น ปีนลง ไต่เชือก โหนราว เรียกเหงื่อได้ดีเลยค่ะ

โซน “Twinkle Little Town” มีบล็อกไม้หลากหลายแบบ หลากหลายขนาด ไว้ให้สร้างเป็นเมือง แล้วแต่จินตนาการของเด็กค่ะ

โซน “Time Tube Slider” หยิบก้อนเมฆขึ้นบันได แล้วลอดอุโมงค์ทะลุภูเขา ซึ่งเป็นสไลเดอร์โปร่ง เปล่งแสงได้ตามทางยาว อย่าลืม scan wristband ทั้งก่อนลงและเมื่อลงมาแล้วนะคะ จะได้เก็บภาพประทับใจค่ะ อย่าถามว่าออนเซนเล่นกี่รอบ เพราะนับไม่ถ้วนค่ะ

โซน “Meteori Peak” ทางเข้าจะอยู่ด้านข้างของ Time Tube Slider ค่ะ ปีนบันไดสูงขึ้นไปเรื่อยๆ แล้วสไลด์ลงมายังอุโมงค์ลับ สามารถปีนป่ายก้อนเมฆโดยรอบของภูเขาได้อีกด้วยค่ะ จุดนี้ต้องระวังนะคะ ถ้าเข้าทางสไลเดอร์อาจชนกันจนเจ็บตัวได้ค่ะ

โซน “IMAGINIA Townhall” ห้องที่มีจอภาพโค้งใหญ่ๆ ไว้เล่านิทาน 3 ภาษา ด้วยเทคนิคพิเศษแบบ 180 องศาแห่งแรกในอาเซียน ออนเซนได้นั่งดูนิทานเรื่องหนูน้อยหมวกแดงค่ะ แต่ละรอบการแสดงจะหมุนเวียนเรื่อง เปลี่ยนภาษานะคะ โดยจะมีประกาศจากเจ้าหน้าที่เมื่อมีการแสดงค่ะ พอดูนิทานเสร็จก็เจอเหล่ามาสคอตที่นี่ค่ะ พี่ๆ ตัวโตจังเลย

โซน “AA-O’s Burrow” ห้องหนังสือของนกอาโอะ มีให้เลือกทั้งภาษาไทย ภาษาอังกฤษ และภาษาญี่ปุ่น มีมุมน่ารักๆ หลายมุม ชวนอ่านมากค่ะ

โซน “Magical Theatre” โรงละครจิ๋วที่ชวนให้เด็กแวะดู ฉายนิทาน 3 เรื่อง โดยให้เราลองเป็นตัวละครในนิทานเรื่องนั้นๆ ด้วยเทคนิค Magic vision ออนเซนเลือกดูเรื่องหนูน้อยหมวกแดง เพียงแค่นั่งลง แล้วเอาหน้ายื่นเข้าไปใกล้ๆ ก็ได้ดูแล้วค่ะ

โซน “DJ Canopy” เรียนรู้เพลงหลากหลายประเภทตั้งแต่คลาสสิกไปถึงแจ๊ส ฝึกแต่งเพลงในห้องอัด แล้วบันทึกเป็นวีดีโอไว้ค่ะ เสียดายที่ไม่มีหูฟังไว้ให้ใส่ ภาพออกมาเลยไม่ค่อยเหมือน DJ สักเท่าไหร่ค่ะ แถมอุปกรณ์บางห้องในโซนนี้ก็ยังไม่พร้อมค่ะ

โซน “Knight’s Circle” เดินเป็นวงกลมรอบลานหิน เมื่อเพลงจบก็รีบนั่งบนหินก้อนที่มีไฟเรืองแสงอยู่ ใครไม่มีที่นั่งก็ออก เหมือนเก้าอี้ดนตรีค่ะ ออนเซนตัวเล็ก แย่งกับพี่ไม่ค่อยจะทัน ต้องระวังการชนกันให้มากค่ะ แต่ก็เล่นไม่ยอมเลิก เพราะสนุกจริงๆ

โซน “Sound Cloud” ปรับโซนใหม่โดยให้เราใช้มือตีด้านบนของแท่งกลมเมื่อมีแสง สอดคล้องตามจังหวะเพลง ซึ่งจะได้เรียนรู้ตัวโน้ตไปในตัว ออนเซนเห็นพี่ๆ ที่โตกว่าเล่นด้วยความรุนแรง เตะแท่งกลมจนแตก เห็นแล้วเสียดายจังค่ะ ทราบมาว่าราคาไม่ถูกเลยนะคะ

โซน “Nana’s Kitchen” เหนื่อยแล้วก็พักดื่มน้ำ ทานของว่าง หรือทานข้าวให้อิ่มท้องเลยก็ได้ ออนเซนชอบสปาเกตตี้กับเค้กช็อคโกแลตค่ะ

โซน “Stomping Ground” กระโดดเด้งดึ๋งบนแทรมโปลีนให้สูงๆ จนไฟติด พร้อมเรียนรู้เรื่องสัตว์ป่าและสัตว์ในฟาร์มไปในตัว ชวนกันโดดได้ทั้งครอบครัวเลยค่ะ

โซน “Dream Jungle” กระโดดแทรมโปลีนแล้วขึ้นไปปีนป่ายบน Netscape ตาข่ายลอยฟ้าที่ดูดพลังเมื่อเราเดินตกลงไปในหลุมลึก แล้วต้องปีนป่ายขึ้นมาให้ได้

โซน “Dragon Cave” ถ้ำมังกร เป็นส่วนเชื่อมต่อจาก Dream Jungle คือเป็นทางออกสไลเดอร์ลงมายังเบื้องล่าง

ออนเซนสนุกจนลืมเวลาเลยค่ะ ด้วยความที่มีฐานกิจกรรมให้เล่นเยอะมาก สิริเวลารวมที่อยู่ในสวนสนุกแห่งจินตนาการก็ราว 6 ชั่วโมงด้วยกัน ทั้งเล่น ทั้งกิน ขึ้นรถหลับปุ๋ย กลับมาบ้านยังคงคิดถึงเจ้ามังกรลูมอส จนต้องขอให้แม่เปิดนิทานอ่านให้ฟังก่อนนอนอีกค่ะ

ป.ล. แนะนำให้เตรียมถุงเท้ามาจากบ้านนะคะ จะได้ไม่ต้องซื้อค่ะ ส่วนใครอยากซื้อของที่ระลึกกลับบ้านก็มีพอสมควร อาทิ หนังสือนิทาน สมุดภาพระบายสี และสติ๊กเกอร์ เป็นต้น

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่โทร. 02-664 8338 หรือ www.imaginiaplayland.com และ www.facebook.com/imaginiaplayland

ad.pressacard.700.90