หลังจากค้นหาที่สุดของบาร์เทนเดอร์ชาวไทยมานานกว่า 4 เดือน กับการแข่งขัน “Perrier Mixologist Team Thailand Competition 2017 Season III” ของเปอริเอ้ (Perrier) น้ำแร่ระดับพรีเมียมที่มีพรายฟองธรรมชาติจากประเทศฝรั่งเศส

ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)  ก็ได้ทีมผู้ชนะที่รังสรรค์เครื่องดื่มสูตรพิเศษภายใต้แนวคิด “Essence of Thai” ได้น่าประทับใจที่สุด ในการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศ ณ Revolucion Cocktail สาทรซอย 10 เมื่อวันอังคารที่ 7 พฤศจิกายน 2560 ที่ผ่านมา

และแล้วก็สิ้นสุดการรอคอย กับการค้นหาสุดยอดบาร์เทนเดอร์ประเภททีมของไทยในการแข่งขัน “Perrier Mixologist Team Thailand Competition 2017 Season III” ที่มีแนวคิดหลักคือ  “Essence of Thai” The Ultimate Refreshment ให้ทีมผู้เข้ารอบชิงชนะเลิศทั้ง 17 ทีมรังสรรค์เครื่องดื่มที่มีกลิ่นอายไทยมาประชันกัน โดยมี ชาญศักดิ์ ลีนะศิริ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท อิตัลไทย ฮอสพิทาลิตี้ จำกัด ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายเปอริเอ้ในประเทศไทย และฉัททันต์ กุญชร อยุธยา รองผู้ว่าการด้านสื่อสารการตลาด การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ให้เกียรติมาร่วมงาน พร้อมทั้งเชิญมิกโซโลจิสต์ผู้มีชื่อเสียงระดับโลก  Lizzy Evdokimova (ลิซซี เอฟโดคิโมวา), Dario Knox (ดาริโอ น็อกซ์), Shingo Gokan (ชินโกะ โกคัง) และ Vassal Alexis (วาซซาล อเลซิส) บาร์เมเนเจอร์ของ Revolucion Cocktail มาร่วมเป็นคณะกรรมการในการตัดสินผู้ชนะ

ซึ่งทีมที่สามารถรังสรรค์ค็อกเทลกลิ่นอายไทยออกมาได้ประทับใจคณะกรรมการที่สุดและคว้ารางวัลชนะเลิศไปครองพร้อมรางวัลเดินทางไป Bars Tour ที่ประเทศญี่ปุ่นเป็นเวลา 3 วัน 2 คืน คือทีม Fillets x Sorrento team จากร้าน Fillets และ Sorrento ที่นำเรื่องราวของเมขลาล่อแก้วและรามสูรผู้ไล่ติดตามไปขว้างขวานใส่ ดั่งสายฟ้าฟาดจากวรรณคดีพื้นบ้านของไทยมาเป็นแรงบันดาลใจสร้างสรรค์เป็นเมนูค็อกเทลชื่อ “Pearl of Mekhala” ที่แฝงไปด้วยรสชาติหวานซ่อนเปรี้ยวและความรื่นรมย์ในแบบไทยแท้ๆ โดย เจน แก้วยอด หนึ่งในบาร์เทนเดอร์ของ Fillets x Sorrento team เป็นตัวแทนบอกเล่าถึงความรู้สึกในครั้งนี้ว่า

“ดีใจมากครับที่ได้รับรางวัลชนะเลิศ แต่ภายใต้ความดีใจนั้นมีความภาคภูมิใจในทีมของเราอยู่ด้วย เพราะทุกคนในทีมทุ่มเทกันมากเพื่อรายการนี้ พยายามหาวัตถุดิบที่ดีที่สุดมาผสมผสานลงในเครื่องดื่มที่เราตั้งใจนำเสนอ ซึ่งแต่ละอย่างล้วนเป็นของหายากและเป็นวัตถุดับอันดับ 1 ของไทย เช่น ลูกลานจากจังหวัดนครศรีธรรมราชซึ่งหลายคนอาจจะยังไม่เคยรับประทาน น้ำตาลจากจังหวัดสมุทรสงครามซึ่งเป็นน้ำตาลที่ได้รับรางวัลที่ดีที่สุดของประเทศ ส้มโอพันธุ์ทับทิมสยามซึ่งเป็นพันธุ์ที่ดีที่สุดจากจังหวัดนครศรีธรรมราช นอกจากนี้เลือกใช้มะม่วงเบาแทนความเปรี้ยวจากมะนาว เพื่อให้มีความยูนีคของกลิ่นที่น่าจดจำ และไม่ใช่แค่นั้นเรายังใส่ความรู้สึกลงไปด้วย เพื่อให้ออกมาเป็นคอกเทลที่กลมกล่อมพอดี ผสานกันอย่างลงตัวทั้งในส่วนของความเป็นไทยและความเป็นเปอริเอ้ จนได้ออกมาเป็น Pearl of Mekhala ที่มีความเปรี้ยวดั่งฟ้าผ่าสอดคล้องกับตัวละครที่เรานำเสนอ ทั้งยังมีความพราวใสและพรายฟองอันเป็นเอกลักษณ์ของเปอริเอ้ด้วย”

สำหรับมุมมองและความคิดเห็นของคณะกรรมการที่มีต่อทีมผู้ชนะนั้น ลิซซี เอฟโดมิโควา ให้เหตุผลที่เทคะแนนให้กับทีม Fillets x Sorrento team ว่า “ต้องบอกว่าการตัดสินครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย เพราะทุกทีมทำได้ดีมาก แต่ความโดดเด่นของทีมผู้ชนะคือการเลือกใช้ส่วนผสมที่เราไม่เคยรู้จักมาก่อน ทำออกมาเป็นค็อกเทลที่มีเลเยอร์สวยงาม เติมสีสันและความน่าสนใจได้แบบมีชั้นเชิง ที่ประทับใจมากก็คือรสของความเปรี้ยวที่เขาสร้างสรรค์ขึ้นมานั้นกลมกล่อมมากทั้งหมดในแก้วแสดงออกได้ถึงความมั่นใจ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการเป็นมิกโซโลจิสต์”

ด้าน ดาริโอ น็อกซ์ เผยว่าการแข่งขันครั้งนี้ทีม Fillets x Sorrento team สร้างความประทับใจให้กับเขามาก “ผมชื่นชมผู้เข้าแข่งขันทุกทีม สำหรับทีมที่ชนะทำให้ผมทึ่งทั้งในเรื่องของแรงบันดาลใจ ส่วนผสม การผสมผสานรสชาติ และการนำเสนอ ซึ่งพวกเขาก็ทำออกมาได้พิเศษมาก ถ่ายทอดเรื่องราวได้แบบที่ว่าเราไม่จำเป็นต้องเข้าใจทุกคำพูด แต่ก็สามารถรับรู้ถึงเรื่องราวเหล่านั้นได้”

เช่นเดียวกับ ชินโกะ โกคัง ที่บอกว่าทีมผู้ชนะสามารถสร้างสรรค์เมนูค็อกเทลที่สื่อถึงรสชาติความเป็นไทยและเปอริเอ้ออกมาได้อย่างลงตัว “ทีม Fillets x Sorrento ชนะด้วยองค์ประกอบหลายอย่าง ตั้งแต่การทำโปรโมชั่น การเลือกสรรส่วนผสมที่แสดงออกถึงจิตวิญญาณและมีกลิ่นอายจากภาคใต้ คณะกรรมการทุกท่านแทบจะไม่รู้จักน้ำตาลโตนดและลูกลานที่พวกเขานำมาเป็นส่วนผสมเลย ซึ่งสิ่งเหล่านี้มีผิวสัมผัสและรสชาติที่เด่นชัดมาก ทว่ากลับไม่ทำให้รสชาติของเปอริเอ้ถูกกลืนหายไปเลย นี่คือความสุดยอดครับ”

ซึ่งนอกจากรางวัลชนะเลิศทีม Fillets x Sorrento team ยังคว้ารางวัล Best Supporting Team พร้อมเงินรางวัล 20,000 บาท ไปครองอีก 1 รางวัล ส่วนรางวัล Best Essence of Thai by 1883 Syrup พร้อมเงินรางวัล 20,000 บาท ตกเป็นของทีม Sugar Daddy Club จากร้าน Q&A ที่นำส่วนผสมอันมีเอกลักษณ์โดดเด่นอย่างไซรัปลิ้นจี่ ราสพ์เบอร์รี่ไวเนก้า และโรสวอเตอร์ มาผสมสานเป็นเมนูชื่อว่า “Ispahan” ได้อย่างลงตัว

นับเป็นการปิดการแข่งขัน “Perrier Mixologist Team Thailand Competition 2017 Season III” ด้วยความเข้มข้น ลุ้นระทึก และน่าประทับใจ ท่ามกลางบรรยากาศปาร์ตี้ที่คึกครื้นสนุกสนาน จนได้ทีมผู้ชนะที่มีความสามารถซึ่งจะไปสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทยต่อไป ทั้งนี้สามารถติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหวต่างๆ ของเปอริเอ้และทีมผู้ชนะได้ที่  www.facebook.com/MixologistTeamThailandCompetition/

ad.pressacard.700.90