เมื่อสัปดาห์ที่แล้วมีการเปิดตัวหนังสือแนะนำร้านอาหารชื่อดังระดับโลก “มิชลิน ไกด์” ฉบับกรุงเทพฯ หรือ “THE MICHELIN GUIDE BANGKOK” เผยชื่อร้านอาหารไทยที่ได้ดาวมิชลินเป็นข่าวฮือฮาพอสมควรในบ้านเรา

โดยเฉพาะร้าน “เจ๊ไฝ” ประตูผี ได้มาด้วยในระดับ 1 ดาว เป็นข่าวพาดหัวหน้า 1 หลายฉบับ

ผมในฐานะคนชอบชิมคนหนึ่งและก็เคยเขียนถึงร้านอาหารที่ถูกปากถูกใจหรือร้านที่เป็นตำนานเก่าแก่ของเมืองไทยมาหลายครั้งในคอลัมน์ซอกแซกวันอาทิตย์ อ่านข่าวแล้วก็พลอยภูมิใจไปด้วย

เพราะด้วยชื่อเสียงของหนังสือฉบับนี้ ซึ่งมีกำเนิดมานับร้อยปีในฝรั่งเศส และเป็นที่ยอมรับกันทั้งยุโรปในด้านมาตรฐานการชวนชิม

ดังนั้นเมื่อมาเขียนแนะนำหรือติดดาวให้แก่ร้านอาหารในประเทศไทยของเราเช่นนี้ จึงน่าจะมีผลในด้านส่งเสริมการท่องเที่ยว ทำให้นักท่องเที่ยวเดินทางมาเที่ยว เพื่อจะกินอาหารในภัตตาคารที่ว่านี้ไม่มากก็น้อย

แต่ก็นั่นแหละผมเผอิญเป็นคนชอบเปรียบเทียบดูของเราแล้วชอบไปเทียบกับคนอื่นๆ โดยเฉพาะเทียบกับประเทศอื่นๆ ที่อยู่ใกล้เรา

แม้จะรู้สึกภูมิใจที่เราได้ดาวมิชลินมาหลายดวงและหลายร้าน แต่ก็รู้สึกน้อยใจอยู่นิดๆ เมื่อเทียบกับเมืองใหญ่ๆ ของเพื่อนบ้าน

เริ่มจากระดับดาว 3 ดวง หรือ 3 ดาวมิชลิน ซึ่งถือเป็นสุดยอดร้านอาหารที่ควรค่าแก่การเดินทางไกลไปชิมสักครั้ง…ปรากฏว่าของเราไม่ได้รับเลยสักร้านเดียว

ผิดกับฮ่องกงที่ได้ถึง 5 ร้าน กรุงโซลเกาหลี ได้ 2 ร้าน เซี่ยงไฮ้ ได้ 1 ร้าน และสิงคโปร์ 1 ร้าน

ระดับ 2 ดาว ซึ่งมีคำจำกัดความว่า ร้านอาหารยอดเยี่ยมที่ควรค่าแก่การขับรถออกนอกเส้นทางเพื่อแวะชิมเราได้มา 3 ร้าน แต่ถ้าเทียบกับฮ่องกงเขาได้ 13 ร้าน, กรุงโซล 4 ร้าน, เซี่ยงไฮ้ 7 ร้าน และสิงคโปร์ 7 ร้าน

ระดับดาวเดียวหรือร้านคุณภาพสูงที่ควรค่าแก่การหยุดและชิม นึกว่าเราได้เยอะแล้วนา รวม 14 ร้าน แต่ฮ่องกงได้ถึง 51 ร้าน โซล 18 ร้าน เซี่ยงไฮ้ 18 ร้าน และสิงคโปร์ 30 ร้าน…สู้เขาไม่ได้อีก

ในขณะที่ระดับ Bib Gourmand (ออกเสียงว่า บิบ กูร์มองด์) หรือร้านยอดนิยมราคาคุ้มค่ากินอิ่มไม่เกิน 1,000 บาท เราได้มา 35 ร้าน เทียบกับของฮ่องกงในราคาใกล้เคียงกัน 64 ร้าน โซล 48 ร้าน เซี่ยงไฮ้ 25 ร้าน สิงคโปร์ 38 ร้าน ก็ยังน้อยกว่าเขาอยู่ดี

ดังนั้นดูในภาพรวมแล้วก็เหมือนกับว่ากรุงเทพฯเรายังสู้อีกหลายๆ เมืองไม่ได้ในเรื่องอาหารการกิน เพราะนอกจากจะไม่ได้ระดับ 3 ดาวแล้ว ในประเภทดาวอื่นๆ เราก็ได้จำนวนร้านน้อยกว่าเขา

ในประเด็นนี้ท่านผู้ว่าการ ททท. ยุทธศักดิ์ สุภสร ท่านให้ความเห็นว่า ที่เราไม่ได้ 3 ดาวมิชลินนั้นไม่เป็นไร ไม่ใช่เรื่องน่ากังวล ถือเป็นเรื่องที่จะต้องเดินหน้าต่อไป ปรับปรุงให้ดีต่อไป เขาจะทำต่อเนื่องอีก 5 ปี ก็คงจะมีการปรับปรุงหรือประกาศใหม่ๆ เพิ่มเติมขึ้น

ที่ท่านพอใจก็ตรงที่ปีนี้เรามีร้านอาหารประเภทริมถนนหรือสตรีทฟู้ดขนานแท้ได้รับรางวัลด้วย โดยเฉพาะในประเภท บิบ กูร์มองด์ ไม่ถึงกับติดดาว แต่ได้รับคำแนะนำว่าสมควรและคุ้มแก่การรับประทานหลายต่อหลายร้านทีเดียว

ผมเห็นด้วยกับท่าน เพราะในระดับ บิบ กูร์มองด์ นั้น ส่วนใหญ่เป็นที่รู้จักของคนไทยอย่างดียิ่ง และผมกับทีมงานซอกแซกก็เคยไปรับประทานและเขียนถึงบ่อยๆ และบางร้านก็เป็นร้านริมถนนที่อร่อยถูกปากทั้งฝรั่งทั้งคนไทย

จริงๆ แล้ว สตรีทฟู้ด หรืออาหารริมถนนเป็นจุดแข็งของประเทศไทย และได้รับการยกย่องจนรํ่าลือไปทั่วโลก จากสำนักข่าวต่างๆ อยู่แล้ว

ร้านเหล่านี้แหละครับ ที่ผมเชื่อว่าจะทำให้นักท่องเที่ยวอยากมารับประทานมากเสียกว่าร้านมิชลินติดดาว ซึ่งมักจะมีราคาแพงและที่ผมเคยมีวาสนาไปรับประทานมาบ้างที่ต่างประเทศก็งั้นๆ ประทับใจสู้ร้านเล็กๆ หรือร้านริมถนนไม่ได้ด้วยซํ้าไป

แต่ก็เอาเถอะก็เป็นเรื่องจำเป็นที่เราจะต้องให้ทางมิชลินเขามาติดดาวบ้าง เขียนแนะนำบ้าง เพื่อให้ได้อันดับ ได้มาตรฐาน เพื่อจะเก็บเอาไว้คุยหรืออ้างอิง

ของจริงคือร้านอาหารริมถนนครับ สนับสนุนส่งเสริมให้เยอะๆ ให้สะอาดสะอ้าน ให้ปลอดภัย…รับรองจะเรียกนักท่องเที่ยวเข้าประเทศได้มากกว่าร้านมิชลินหลายๆ ดาวแต่ราคาแพง ขอให้เชื่อเถอะ.

“ซูม”

ad.pressacard.700.90