ผมเคยเขียนเล่าไว้แล้วว่า ตอนผมเรียนเศรษฐศาสตร์ปีที่ 1 เมื่อ 50 ปีก่อน อาจารย์ท่านสอนเกี่ยวกับทฤษฎีเศรษฐศาสตร์เบื้องต้นทฤษฎีหนึ่ง เป็นทฤษฎีที่ผมชอบมาก และยังจำได้จนถึงทุกวันนี้

อาจารย์ท่านเรียกว่าทฤษฎี “อรรถประโยชน์ถดถอย” หรือ Law of Diminishing Utility ในภาษาอังกฤษนั่นเอง

ทฤษฎีนี้จะสอนเกี่ยวกับอรรถประโยชน์หรือประโยชน์หรือความพอใจในของสิ่งใดสิ่งหนึ่ง หรืออะไรสักอย่างหนึ่งที่เราได้รับมา…จะสูงปรี๊ดมาก ตอนได้มาแรกๆ

แต่พอได้มาชิ้นที่ 2 หรือบริโภคชิ้นที่ 2 ความพึงใจก็จะค่อยๆลดลง และจะลดไปเรื่อยๆเมื่อถึงชิ้นที่ 3 ที่ 4 ที่ 5 ฯลฯ

ในที่สุดไม่เพียงแต่จะลดลงเท่านั้น ยังจะเหลือศูนย์ หรือไม่ก็ติดลบไปเลย หมายถึงว่า ไม่เพียงแต่เราจะไม่อยากกิน ไม่อยากใช้ของชิ้นนั้นเท่านั้น…ยังอยากจะขว้างทิ้งไปไกลๆเสียด้วยซ้ำ

ทฤษฎีนี้ใช้ได้กับของทุกชิ้น เรื่องราวทุกเรื่อง ทั้งที่เป็นรูปธรรมและนามธรรม

อาจารย์ท่านยังยกตัวอย่างเรียกเสียงฮาว่า ในสมัย จอมพล ป. พิบูลสงคราม มีเพลงปลุกใจที่ฮิตมากและเพราะมาก ฟังแล้วฮึกเหิมมากอยู่เพลงหนึ่ง ชื่อเพลง “ต้นตระกูลไทย” แต่งโดย หลวงวิจิตรวาทการ เป็นเพลงที่ไพเราะจริงๆ ฟังครั้งแรกแล้วอยากจะฟังอีก

แต่เนื่องจากสถานีวิทยุแห่งประเทศไทยเปิดบ่อยและถี่เกินไปเพื่อเอาใจจอมพล ป. ในที่สุดอรรถประโยชน์ หรือความพึงพอใจของประชาชนที่มีต่อเพลงนี้ก็ถดถอยลง

ถดถอยจนถึงขั้นที่ว่าพอวิทยุเปิดเพลงนี้ในช่วงหลังๆ จะได้ยินเสียงตะโกนตามบ้านต่างๆว่า “ใครอยู่ใกล้เครื่องวิทยุช่วยปิดทีวะ…รำคาญฉิบ”

อีกตัวอย่างหนึ่งท่านพูดถึงสามีภรรยาแต่งงานกันใหม่ๆ ช่วงข้าวใหม่ปลามัน ต่างฝ่ายต่างก็มีอรรถประโยชน์สูงสุดด้วยกันทั้งคู่

แต่พออยู่ไปนานๆ อรรถประโยชน์ของแต่ละฝ่ายก็จะลดลง เช่น ฝ่ายชายเองก็บ่มิไก๊เสียบ้าง ฝ่ายหญิงก็โตงเตงโตงเว้า (สำนวนโบราณ) ไม่เต่งตึงเหมือนเก่า

บางคู่อรรถประโยชน์ติดลบมากๆก็หย่ากันไป แต่หลายๆคู่ก็สามารถปรับเปลี่ยนเลิกคำนึงถึง “อรรถประโยชน์” หันมาใช้ “จิตประโยชน์” คืออยู่กันด้วยจิตด้วยใจ ดูแลซึ่งกันและกันจนแก่เฒ่า

นี่แหละครับทฤษฎีแรกที่ผมจำได้และจำมาโดยตลอดจนถึงทุกวันนี้ รายละเอียดอาจจะเพี้ยนไปบ้างเพราะเวลาผ่านไปนานมาก แต่โดยหลักๆแล้ว จะเป็นอย่างที่เล่ามานี่แหละครับ

ดังนั้นทุกครั้งที่รัฐบาลไหนอยู่ไปนานๆ ผมก็จะหยิบทฤษฎีอรรถประโยชน์ที่ถดถอยลงนี้มากราบเรียนให้รัฐบาลรับทราบอยู่เสมอ

ท่านอยู่มานานแล้วนะ ประชาชนบริโภคท่านมา 2-3 ปีแล้ว อรรถประโยชน์หรือความพึงใจที่มีต่อคณะของท่านกำลังถดถอยลงทุกวัน

ท่านจะปรับปรุงเปลี่ยนแปลงคุณภาพสินค้าของท่านอย่างไรเพื่อให้อรรถประโยชน์สูงขึ้น ก็โปรดดำเนินการเสียโดยด่วน

ด้วยเหตุนี้เมื่อรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ ท่านปรับเปลี่ยนใหญ่ตอนครบ 3 ปี ผมจึงแอบชมท่านว่าท่านเข้าใจทฤษฎีนี้เป็นอย่างดี รู้ว่าอรรถประโยชน์เริ่มถดถอยแล้ว ท่านจึงจัดการเปลี่ยนเสียขนานใหญ่

ที่สำคัญท่านคงไม่ตั้งใจจะเลิกขายสินค้าและบริการของท่านในช่วง 1 ปีที่เหลือเท่านั้น น่าจะเตรียมตัวกลับมาขายอีกในปีหน้าปีโน้นจนถึง 4 ปีข้างหน้าด้วยซํ้า

เผอิญว่าเมื่อตอนท่านปรับปรุงเปลี่ยนแปลงหน้าร้านนั้นสินค้าบางชิ้น (ขออภัยที่ต้องเปรียบเทียบเช่นนี้) ซึ่งเป็นสินค้าเก่าอยู่ด้วยกันมาตั้งแต่เปิดร้าน อรรถประโยชน์จึงลดลงไปมาก แต่ท่านก็ยังนำมาขายต่อไปด้วยเหตุผลบางประการ

จึงมีเสียงบ่นไม่ค่อยพึงใจสินค้า 2-3 ชิ้นที่บิ๊กตู่ยังคงขายต่ออยู่พอสมควร ตั้งแต่ประกาศชื่อวันแรก

ครับ! จึงต้องฝากให้บรรดาสินค้าเก่าทุกชิ้นที่อยู่กันมาตั้งแต่ “ตู่ 1” จนถึง “ตู่ 5” โปรดระมัดระวังตัว ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเข้มแข็งซื่อสัตย์สุจริต และอย่าทำอะไรผิดๆ ให้อรรถประโยชน์ถดถอยไปกว่านี้อีก

ประเดี๋ยวอรรถประโยชน์ของร้าน “ตู่ 5” ทั้งร้านจะถดถอยลงเร็วกว่าที่ควรและงวดหน้าจะกลับมาเปิดร้านด้วยความลำบากยากเย็นเอาน่ะครับ…คงไม่ต้องยํ้านะครับว่าใครบ้างเอ่ยที่อยู่มาตั้งแต่ “ตู่ 1” และยังอยู่จนถึงบัดนี้!

“ซูม”

ad.pressacard.700.90