<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ZOOMZOGZAG</title>
	<atom:link href="http://www.zoomzogzag.com/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.zoomzogzag.com</link>
	<description>คอลัมน์ &#34;ซูมซอกแซก สุดสัปดาห์&#34; แห่งหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ</description>
	<lastBuildDate>Thu, 26 Apr 2012 08:06:30 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.2.1</generator>
		<item>
		<title>ช็อกโกแลต วิลล์ของใหม่&#8230;มนุษย์หอม</title>
		<link>http://www.zoomzogzag.com/2012/04/%e0%b8%8a%e0%b9%87%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b9%82%e0%b8%81%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%95-%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%a5%e0%b8%a5%e0%b9%8c%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88/</link>
		<comments>http://www.zoomzogzag.com/2012/04/%e0%b8%8a%e0%b9%87%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b9%82%e0%b8%81%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%95-%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%a5%e0%b8%a5%e0%b9%8c%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 22 Apr 2012 07:44:44 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ซอกแซกล่าสุด]]></category>
		<category><![CDATA[อาหาร]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.zoomzogzag.com/?p=534</guid>
		<description><![CDATA[ทีมงานซอกแซกได้ยินคำร่ำลือมาเข้าหูเป็นแรมเดือนแล้วว่า มีร้านอาหารในสไตล์ “สวนอาหาร” แห่งหนึ่ง เกิดขึ้นแถวๆ ถนนตัดใหม่ เลย “เกษตร–นวมินทร์” ไปทางถนนกาญจนาภิเษก ในเขตบึงกุ่มของ กทม. ชื่อสวนอาหาร “ช็อกโกแลต วิลล์” ออกแบบก่อสร้างในสไตล์บ้านฝรั่ง ซึ่งมีทั้งยุโรปและอเมริกา เรียงรายอยู่ในอาณาบริเวณพื้นที่ 16 ไร่&#8230;อลังการเหลือเกิน ในกระแสร่ำลือบอกด้วยว่า ผู้คนไปอุดหนุนแน่นมาก ขายดีเหมือนเปิดให้กินฟรีเลย ไม่เชื่อ ก็ลองแวะไปพิสูจน์ด้วยตนเองเถิด พวกเราชาวทีมงานซึ่งยังไม่มีเวลาว่างตลอดเดือนที่แล้ว ก็ได้แต่ขอบคุณเพื่อนๆ ที่นำข่าวนี้มาบอก พร้อมกับจดลงสมุดบันทึกเอาไว้ รอว่ามีจังหวะเหมาะเมื่อไรจะแวบไปทันที มาได้ฤกษ์เมื่อวันหยุดยาวเทศกาลสงกรานต์ที่ผ่านมานี่แหละครับ ขับรถไปเรื่อยๆ ตามถนน “เกษตร–นวมินทร์” มุ่งหน้าไปยังถนนนวมินทร์ ซึ่งเมื่อ 2-3 ปีก่อน จะเป็น 3 แยก &#8230; <a href="http://www.zoomzogzag.com/2012/04/%e0%b8%8a%e0%b9%87%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b9%82%e0%b8%81%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%95-%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%a5%e0%b8%a5%e0%b9%8c%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88/">Continue reading <span class="meta-nav">&#8594;</span></a>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ทีมงานซอกแซกได้ยินคำร่ำลือมาเข้าหูเป็นแรมเดือนแล้วว่า มีร้านอาหารในสไตล์ “สวนอาหาร” แห่งหนึ่ง เกิดขึ้นแถวๆ ถนนตัดใหม่ เลย “เกษตร–นวมินทร์” ไปทางถนนกาญจนาภิเษก ในเขตบึงกุ่มของ กทม.</p>
<p>ชื่อสวนอาหาร “ช็อกโกแลต วิลล์” ออกแบบก่อสร้างในสไตล์บ้านฝรั่ง ซึ่งมีทั้งยุโรปและอเมริกา เรียงรายอยู่ในอาณาบริเวณพื้นที่ 16 ไร่&#8230;อลังการเหลือเกิน</p>
<p>ในกระแสร่ำลือบอกด้วยว่า ผู้คนไปอุดหนุนแน่นมาก ขายดีเหมือนเปิดให้กินฟรีเลย ไม่เชื่อ ก็ลองแวะไปพิสูจน์ด้วยตนเองเถิด</p>
<p>พวกเราชาวทีมงานซึ่งยังไม่มีเวลาว่างตลอดเดือนที่แล้ว ก็ได้แต่ขอบคุณเพื่อนๆ ที่นำข่าวนี้มาบอก พร้อมกับจดลงสมุดบันทึกเอาไว้ รอว่ามีจังหวะเหมาะเมื่อไรจะแวบไปทันที</p>
<p>มาได้ฤกษ์เมื่อวันหยุดยาวเทศกาลสงกรานต์ที่ผ่านมานี่แหละครับ</p>
<p>ขับรถไปเรื่อยๆ ตามถนน “เกษตร–นวมินทร์” มุ่งหน้าไปยังถนนนวมินทร์ ซึ่งเมื่อ 2-3 ปีก่อน จะเป็น 3 แยก ไม่มีทางที่จะขับตรงไปข้างหน้าแต่ประการใดทั้งสิ้น</p>
<p>เขาเพิ่งจะตัดถนนใหม่ทะลุไปจดกับถนนวงแหวนรอบนอกเมื่อไม่นานมานี้ ส่งผลให้บริเวณดังกล่าวกลายเป็นสี่แยกไปโดยปริยาย</p>
<p>ทีมงานของเราตรงมาจากถนนเกษตร-นวมินทร์อยู่แล้ว พอได้ไฟเขียวก็ขับทะลุไปตามถนนตัดใหม่ เพียงแป๊บเดียวเท่านั้นก็เห็นรถยนต์จอดเป็นตับอยู่ที่ริมถนนสายนี้ทั้ง 2 ฝั่ง ยาวฝั่งละกิโลเมตรครึ่งได้กระมัง</p>
<p>ในขณะที่ปากทางเข้าสวนอาหารมีรถจ่อรออย่างไม่กระดิกอยู่จำนวนหนึ่ง พร้อมพนักงาน 2 หรือ 3 คน คอยยืนบอกว่า “ข้างในเต็มแล้วครับ&#8230;ที่จอดไม่มีแล้วครับ”</p>
<p>ขณะนั้นเป็นเวลา 6 โมงเย็นเป๊ะ เพราะวิทยุในรถบรรเลงเพลงชาติพอดิบพอดี</p>
<p>เข้าไปจอดในบริเวณร้านน่ะไม่มีทางแน่ๆ และถ้าจะไปจอดต่อคิวบรรดารถที่จอดอยู่ริมถนนด้านนอก ก็คงจะต้องเดินย้อนมาเป็นกิโลเมตร</p>
<p>อย่ากระนั้นเลย&#8230;พรุ่งนี้มาใหม่ดีกว่า จะมาตั้งแต่ 4 โมงเย็น ตามเวลาเปิดสวนอาหารที่เขาเขียนบอกไว้เลย&#8230;ให้รู้ไปซีน่าว่าจะไม่มีที่จอดรถว่างภายในบริเวณสวนอาหาร</p>
<p>วันรุ่งขึ้นซึ่งก็ยังเป็นช่วงวันหยุดอีกวัน คณะของเราเดินทางไปตามเวลาที่ตั้งใจไว้ แต่เจอปัญหาคนเล่นสาดน้ำระหว่างทางนิดหน่อย ไปถึงหน้าสวน เลยบ่าย 4 โมงไปสัก 10 นาที เห็นจะได้</p>
<p>ปรากฏว่าที่จอดรถข้างในพอมี แต่ก็เกือบเต็มแล้ว แสดงว่ามีคนคิดเหมือนพวกเราเยอะมาก&#8230;คือกลัวว่ามาใกล้ค่ำแล้วจะไม่มีที่จอดรถ และอาจไม่มีที่นั่งด้วย ก็เลยแห่กันมาตั้งแต่ก่อน 4 โมงเย็น</p>
<p>สำหรับโต๊ะอาหารที่กระจายอยู่ตามอาคารทรงยุโรปและอเมริกาต่างๆ ที่ก่อสร้างไว้ จะมีประมาณ 200 โต๊ะ ณ เวลาที่เราไปถึงยังไม่เต็มแต่ก็เหลือเฉพาะโต๊ะประเภทที่เจอแดดส่องเต็มๆ เท่านั้น</p>
<p>เราจึงต้องใช้วิธีจองเอาไว้ก่อน เพื่อรอแดดร่ม ลมตกค่อยเข้าไปนั่ง ซึ่งฝ่ายต้อนรับของสวนอาหารก็ไม่ขัดข้องแต่ประการใด</p>
<p>จากนั้นทีมงานซอกแซกก็กระจายกันออกซอกแซกเพื่อถ่ายภาพและตักตวงบรรยากาศเท่าที่จะตักตวงได้ เช่นเดียวกับบรรดาลูกค้าอีกหลายร้อยคนที่ยังไม่สามารถไปนั่งโต๊ะกลางแดดได้ต่างก็เดินไปเดินมาพร้อมกับถ่ายรูปมือเป็นระวิง</p>
<p>ต้องยอมรับครับว่าการออกแบบและการก่อสร้างของเขาอลังการจริงๆ สมคำร่ำลือ</p>
<p>ที่ทำการไปรษณีย์เอย ปั๊มน้ำมันเอย โรง–เตี๊ยมเอย สร้างได้เนียน และเป็นฝรั่งโบราณทุกหลัง</p>
<p>ใกล้ๆ สระน้ำมีเกาะเล็กๆ เกาะหนึ่ง มีประภาคารตั้งเด่นเป็นสง่าอยู่ เปิดให้ผู้สนใจปีนขึ้นไปดูวิวบนยอดประภาคารได้ ปรากฏว่ามีแฟนๆ ทั้งผู้ใหญ่และเด็กไปเข้าคิวรอยาวพอสมควร</p>
<p>พนักงานบอกเราว่าที่นี่เปิดให้เช่าถ่ายรูปด้วยนะ ใครที่แต่งงานกัน อยากถ่ายรูปเก๋ๆ ไว้เป็นที่ระลึก มาติดต่อได้เลย</p>
<p>พนักงานคนเดียวกันนั่นแหละที่บอกเราว่าตั้งแต่เปิดสวนอาหารเมื่อเดือนธันวาคม 2554 หลังน้ำท่วมใหญ่ผู้คนแน่นขนัดแบบนี้ทุกวัน</p>
<p>ถึงเธอไม่บอก เราก็เชื่ออยู่แล้ว เพราะจากข้อมูลในเฟซบุ๊ก ที่พวกเราตรวจสอบก่อนที่จะออกเดินทางไปร้าน พบว่ามีคนสั่งจองโต๊ะผ่านเฟซบุ๊กไปแล้วเกือบ 150,000 ราย</p>
<p>ขนาดสั่งจองยังเยอะแบบนี้ จึงไม่แปลกอะไรที่ขาจรแบบ “วอล์กอิน” หรือเดินเข้ามาเองจะมากมายก่ายกองอย่างที่เราเห็น</p>
<p>สำหรับอาหารนั้นก็มีเมนูทั้งฝรั่งทั้งไทย แต่เมนูที่มองไปเห็นสั่งกันแทบทุกโต๊ะก็คือ “ขาหมูย่าง” ทั้งขาแบบเยอรมัน ซึ่งจะจิ้มซอสมะเขือเทศแบบ ฝรั่ง หรือจะจิ้มแจ่วแบบอีสาน เขาก็มีแถมมาให้ด้วย</p>
<p>“ซี่โครงหมูอบ” ซี่โครงเบ้อเริ่มอยู่ในจานเบ้อเริ่ม ก็เป็นอีกเมนูหนึ่งที่เห็นสั่งแทบทุกโต๊ะ</p>
<p>นอกนั้นก็มี “หอยแครง” “ปลาหมึกย่าง” “ออส่วน” ไปจนถึงอาหารอิตาเลียน ประเภทพิซซ่ากับสปาเกตตี้ ที่มีการสั่งประปราย</p>
<p>ในส่วนของเพลงบรรเลงขับกล่อมนั้น เขาใช้เปิดแผ่นเสียงครับ&#8230;ช่วงเย็นๆ ส่วนใหญ่เป็นเพลงแบบสวนสนุกของวอลท์ดิสนีย์ ฟังแล้วเหมือนอยู่ในดิสนีย์แลนด์ แต่พอค่ำค่อยเปิดเพลงสากลหลากหลายที่เคยฮิตในอดีต</p>
<p>คณะของเรานั่งจนถึงทุ่มเศษๆ ถือโอกาสดูการประดับไฟยามค่ำคืนของเขาไปด้วย ได้บรรยากาศ ได้รสชาติไปอีกแบบหนึ่ง</p>
<p>เรานั่งลุ้นอีกหนตอนเรียกน้องๆ มาคิดเงิน แต่ก็เบาใจลงเมื่อผลลัพธ์ออกมา แม้จะแพงกว่าร้านปกติทั่วไปบ้าง แต่ก็ไม่แพงจนถึงขนาดรับไม่ได้</p>
<p>ก็ขออนุญาตนำมาบอกเล่าเก้าสิบตามภาระหน้าที่ของทีมงานซอกแซกดังเช่นเคย</p>
<p>พร้อมกับย้ำว่า&#8230;ทางสวนอาหารเขาไม่ได้หวงห้าม ไม่ได้กีดกันอะไร หากเราจะไปเที่ยวดูชมความงามเฉยๆ หรือไปถ่ายรูปเป็นที่ระลึกแบบถ่ายทั่วๆ ไป ไม่ใช่งานแต่งงานหรือจัดงานอีเวนต์</p>
<p>ว่างๆ ก็ลองแวะไปถ่ายรูปเป็นที่ระลึกไว้ก่อนก็ละกัน&#8230;รอให้ผู้คนบางกว่านี้สักนิดค่อยไปรับประทาน “ขาหมูย่าง” กับ “ซี่โครงหมูอบ” เจ้าของร้านเขาคงไม่ว่าอะไรหรอก.</p>
<p><span style="color: #99cc00;"><strong>“ซูม”</strong></span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.zoomzogzag.com/2012/04/%e0%b8%8a%e0%b9%87%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b9%82%e0%b8%81%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%95-%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%a5%e0%b8%a5%e0%b9%8c%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ควันหลงสัปดาห์หนังสือ</title>
		<link>http://www.zoomzogzag.com/2012/04/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%9b%e0%b8%94%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b9%8c%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b7%e0%b8%ad/</link>
		<comments>http://www.zoomzogzag.com/2012/04/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%9b%e0%b8%94%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b9%8c%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b7%e0%b8%ad/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 15 Apr 2012 08:02:37 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ซอกแซกล่าสุด]]></category>
		<category><![CDATA[สาระน่ารู้]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.zoomzogzag.com/?p=533</guid>
		<description><![CDATA[หัวหน้าทีมซอกแซกย้อนกลับไปงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติครั้งที่ 40 ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ อีกครั้งหนึ่ง เมื่อวันเสาร์ที่ 7 เมษายน ก่อนวันปิดงาน 1 วัน ไม่สามารถจะเขียนลงคอลัมน์ซอกแซกสัปดาห์ที่แล้วได้ทันต้องขออนุญาตนำมาเขียนใน สัปดาห์นี้แทน เพื่อรำลึกถึงบรรยากาศของงานที่น่าชื่นใจที่ปิดฉากลงไปเรียบร้อย ที่ใช้คำว่า “ชื่นใจ” ก็เพราะวันที่หัวหน้าทีมซอกแซกเดินทางไปงานหนที่สองนั้นปรากฏว่าแน่นกว่าวันแรกเสียอีก แน่นตั้งแต่สถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน ขึ้นมาจนถึงประตูทางเข้า ตลอดจนทางเดินจากโซนหนึ่งไปอีกโซนหนึ่งและแน่นมากๆ แม้กระทั่ง “ศูนย์อาหาร” ซึ่งหาที่ว่างแทบไม่ได้เลย ทั้งๆ ที่เกือบบ่าย 3 โมงเข้าไปแล้ว คราวที่แล้วหัวหน้าทีมซอกแซกแค่เดินผ่านบูธของสำนักพิมพ์จากต่างประเทศที่มาร่วมงานหลายสิบบูธ แต่ไม่มีโอกาสหยุดดูหยุดอ่านรายละเอียดที่เขาแสดงไว้มากนั ไปงวดที่ 2 จึงใช้เวลาค่อนข้างมากกับบูธนานาชาติซึ่งมีถึง 22 บูธ ถ้านับไม่ตกหล่นในปีนี้ ขณะเดียวกันก็ใช้เวลามากขึ้นกับ บูธของ มติชน แถวๆ โซนพลาซ่า ที่แค่เฉียดๆ &#8230; <a href="http://www.zoomzogzag.com/2012/04/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%9b%e0%b8%94%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b9%8c%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b7%e0%b8%ad/">Continue reading <span class="meta-nav">&#8594;</span></a>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>หัวหน้าทีมซอกแซกย้อนกลับไปงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติครั้งที่ 40 ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ อีกครั้งหนึ่ง เมื่อวันเสาร์ที่ 7 เมษายน ก่อนวันปิดงาน 1 วัน</p>
<p>ไม่สามารถจะเขียนลงคอลัมน์ซอกแซกสัปดาห์ที่แล้วได้ทันต้องขออนุญาตนำมาเขียนใน สัปดาห์นี้แทน เพื่อรำลึกถึงบรรยากาศของงานที่น่าชื่นใจที่ปิดฉากลงไปเรียบร้อย</p>
<p>ที่ใช้คำว่า “ชื่นใจ” ก็เพราะวันที่หัวหน้าทีมซอกแซกเดินทางไปงานหนที่สองนั้นปรากฏว่าแน่นกว่าวันแรกเสียอีก</p>
<p>แน่นตั้งแต่สถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน ขึ้นมาจนถึงประตูทางเข้า ตลอดจนทางเดินจากโซนหนึ่งไปอีกโซนหนึ่งและแน่นมากๆ แม้กระทั่ง “ศูนย์อาหาร” ซึ่งหาที่ว่างแทบไม่ได้เลย ทั้งๆ ที่เกือบบ่าย 3 โมงเข้าไปแล้ว</p>
<p>คราวที่แล้วหัวหน้าทีมซอกแซกแค่เดินผ่านบูธของสำนักพิมพ์จากต่างประเทศที่มาร่วมงานหลายสิบบูธ แต่ไม่มีโอกาสหยุดดูหยุดอ่านรายละเอียดที่เขาแสดงไว้มากนั</p>
<p>ไปงวดที่ 2 จึงใช้เวลาค่อนข้างมากกับบูธนานาชาติซึ่งมีถึง 22 บูธ ถ้านับไม่ตกหล่นในปีนี้<br />
ขณะเดียวกันก็ใช้เวลามากขึ้นกับ บูธของ มติชน แถวๆ โซนพลาซ่า ที่แค่เฉียดๆ เช่นกัน</p>
<p>ในการไปครั้งแรกและของเครือ เนชั่นมัลติมีเดีย ที่ปักหลักอยู่ที่โซนซีมาหลายปี<br />
ต้องเบียดแฟนๆ หน่อยครับ 2 บูธนี้ เพราะหนังสือขายดีหลายเล่ม อย่างของมติชนก็มี “เถ้าแก่น้อย ต๊อปสตอรี่”, “ลับลวงพราง 5” และ “เดินดิน กินข้าวแกง” ของ ดร.วิษณุ เครืองาม</p>
<p>ส่วนของเนชั่น สตีฟ จ๊อบส์ กับ “เที่ยวอินเทรนด์” และ “รู้ทันมะเร็ง” ของ นพ.สมหมาย ทองประเสริฐ ขายดีกว่าเล่มอื่นๆ</p>
<p>ช่วงที่ไปถึงประมาณบ่ายโมงเศษๆ มีการบรรยายพิเศษเปิดตัวหนังสือ “มหาพิชัยสงคราม” ของ ประดิษฐ์ พีระมาน ด้วยที่เวทีกิจกรรมฮอลล์เอ มีแฟนๆรอเข้าฟังอุ่นหนาฝาคั่งไม่น้อยทีเดียว เป็น ผลงานของสำนักพิมพ์ สุขภาพใจ ที่ปีนี้มีหนังสือน่าสนใจมาเปิดตัวหลายเล่ม นอกจาก “มหาพิชัย สงคราม” แล้วก็มี “สามก๊ก” สำนวนเจ้าพระยาพระ คลัง (หน) ราชบัณฑิตยสภาชำระ กับ “อินเดียจาริก<br />
ด้านใน” และ “ประวัติศาสตร์อินเดียโบราณ” ฯลฯ</p>
<p>หัวหน้าทีมซอกแซกยังติดใจนิทรรศการพุทธยันตี 2,600 ปี พระพุทธองค์ทรงตรัสรู้ธรรมของบูธ หอจดหมายเหตุพุทธทาส อินทปัญโญ บริเวณหน้าเพลนารีฮอลล์ จึงแวะเยี่ยมอีกครั้ง</p>
<p>ทำให้ได้ความรู้เพิ่มเติมว่า หอจดหมายเหตุพุทธทาส จะจัดงานใหญ่ “งานวัดลอยฟ้า” 2,600 ปี มีครั้งเดียว เนรมิตรอยัลพารากอน ฮอลล์ ของ ชั้น 5 สยามพารากอน ให้เป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมของประสกสีกา 26,000 คน ระหว่าง 17-20 พ.ค.นี้</p>
<p>คงเป็นภาพที่น่าดูไม่น้อยทีเดียวที่จะมีพุทธศาสนิกชนนุ่งขาวห่มขาวหรือแต่งตัวเรียบง่ายไม่ฉูดฉาดไปปฏิบัติธรรมในศูนย์การค้าอันยิ่งใหญ่ทันสมัยสุดๆแห่งหนึ่งของประเทศไทย&#8230;ใกล้ๆงานอย่าลืมส่งข่าวส่งรายละเอียด มาอีกครั้งนะครับที่นี่ยินดีเผยแพร่ให้มาสรุปยอดผู้เข้าชมงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติครั้งที่ 40 และงานสัปดาห์หนังสือนานาชาติครั้งที่ 10 กันดีกว่าว่ารวมทั้งหมดเท่าไรแน่&#8230;คุณ วรพันธ์ โลกิตสถาพร ให้สัมภาษณ์ หลังปิดงานวันที่ 8 เมษายน ว่ายอดล่าสุดคือ 1.7 ล้านคน ทะลุเป้า 1.5 ล้านคน ไปถึง 15 เปอร์เซ็นต์</p>
<p>ส่วนยอดขายโดยรวมประมาณว่าเกิน 400 ล้านบาท และมีหนังสือใหม่มาแนะนำครั้งแรกในงานนี้กว่า 3,000 ปก</p>
<p>ก็ต้องขอบคุณแฟนๆ หนังสือไว้อีกครั้งหนึ่ง&#8230; ยังไงๆ งวดหน้าอย่าลืมไปอุดหนุนกันอีก และโปรดรำลึกเสมอว่า การอ่านคือการพัฒนาชีวิต ที่ฝรั่งเขาใช้คำว่า Read for Life นั่นแหละครับ</p>
<p>ก่อนจบรายงานควันหลงซอกแซกสัปดาห์หนังสือในวันนี้&#8230;ทีมงานซอกแซกขออนุญาตลงรายชื่อหนังสือหลายเล่มที่ส่งมาให้ “เสาร์สารพัน” แนะนำ แต่เผอิญเมื่อวานเนื้อที่ไม่มีต้องขอยกยอดมาต่อท้ายวันนี้ดังที่เกริ่นไว้</p>
<p>ขอเริ่มด้วยหนังสือ “การทรงงานของพ่อในความทรงจำ” โดย ปราโมทย์ ไม้กลัด อดีต อธิบดีกรมชลประทาน และ ส.ว.ที่ได้คะแนนสูงสุดในการเลือกตั้งครั้งหนึ่งของ กทม. &#8230;อดีตอธิบดีเล่าถึงประสบการณ์ที่เคยถวายงานเรื่องแหล่งน้ำในถิ่นทุรกันดาร อ่านแล้วก็อยากให้คนไทยได้อ่านเยอะๆ เพื่อให้ประจักษ์อีกครั้งหนึ่งว่าเป็นบุญของคนไทยนักหนาที่เกิดมาเป็นข้าพระบาทของพระราชาพระองค์นี้ (จัดพิมพ์โดยสมาคมสงเคราะห์สัตว์ในพระบรมราชูปถัมภ์)</p>
<p>นี่ก็น่าอ่าน “อำนาจ II” ต่อสู้กู้ชาติ</p>
<p>เอกราษฎร์อธิปไตย จากการรวบรวมเรียบเรียงและเล่าเรื่องเกี่ยวกับ “ฉากสุดท้าย” ของ “คณะราษฎร์” ก่อนประวัติศาสตร์จะไร้ร่องรอย โดย รุ่งมณี เมฆโสภณ (บ้านพระอาทิตย์)&#8230;และนี่ย่อมน่าอ่านอยู่แล้ว “คิดพูดทำ&#8230;ธนินท์ เจียรวนนท์&#8230;ภาค 2” โดย ธนวัฒน์ ทรัพย์ไพบูลย์ (อนิเมทกรุ๊ฟ) หนังสือว่าด้วยแนวคิดและการปฏิบัติของอภิมหาเศรษฐี อันดับ 1 ของประเทศไทย</p>
<p>ใครยังไม่มีเล่มนี้น่าซื้อเก็บไว้ ทั้งรูปเด็ดๆ บทกลอนคมๆ “วรรณกรรมน้ำท่วม” ของ ปิยะ-พันธ์ จัมปาสุต กวีระดับรองปลัดกระทรวง ที่น่าจะมีคนเดียวในบ้านเรา</p>
<p>ส่วนปึกนี้ (กว่า 10 เล่ม) เป็นหนังสือดีจาก อมรินทร์ ชุดแปลจากวรรณกรรมสากล ทั้งประเภท โรมานซ์-ลึกลับซับซ้อนและ ฯลฯ รวมทั้งชุด ทริลล์ ของ อแมนดา ฮ๊อกคิง หนังสือตำนานของโลก อี-บุ๊ค ที่หยิบมาพิมพ์แล้วขายเกิน 1,000,000 เล่ม แปลโดย ดาวิษ ชาญชัยวานิช ประมาณ 5-6 เล่ม มีตอนอะไรบ้าง อย่าลืมแวะพลิกดูตามร้านหนังสือละกัน</p>
<p>น้องๆที่ทำงานกับชุมชนกลุ่มหนึ่งส่งหนังสือชุด “วรรณกรรมชุมชนท้องถิ่น” ในกล่องขาวสะอาด อย่างดีรวม 9 เล่ม 9 เรื่อง มาให้ที่นี่แนะนำ เขียนโดยนักเขียนไฟแรง อาทิ จรรยา อำนาจพันธุพงศ์, อุเทน วงค์จันดา, จารี จันทราภา, บัญชา อ่อนดี, อัตถากร บำรุง ฯลฯ จัดพิมพ์และเผยแพร่โดยสำนักสนับสนุนสุขภาวะชุมชน (สน.3) ของ สสส. ลูบๆคลำๆมาหลายวันแล้ว แต่ยังไม่มีเวลาอ่านเลย&#8230;ขอแนะนำก่อนดีกว่าว่าซื้อหาอ่านได้ที่ร้านหนังสืออิสระขนาดเล็ก หรือไม่ก็โหลดอ่านฟรีได้ที่ www.punsook.org<br />
นี่ก็อยู่ในกล่องน่ารักกะทัดรัดเช่นกัน ฝีมือ “แจ่มใส” ในชุด “อัญมณีแห่งรัก” (Love Jewelry) มีทั้งหมด 5 เรื่อง 5 เล่ม เขียนโดย ฌามิวอาห์, ภิญญดา, อัญชรีย์, tiara, และ ภัสรสา&#8230;ชุดนี้ต้องซื้ออย่างเดียวไม่มีโหลด ให้อ่านฟรีจ้า.</p>
<p><span style="color: #99cc00;"><strong>“ซูม”</strong></span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.zoomzogzag.com/2012/04/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%9b%e0%b8%94%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b9%8c%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b7%e0%b8%ad/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ไปดูแล้วจ้า&#8230;มะหมา 2</title>
		<link>http://www.zoomzogzag.com/2012/04/%e0%b9%84%e0%b8%9b%e0%b8%94%e0%b8%b9%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%88%e0%b9%89%e0%b8%b2-%e0%b8%a1%e0%b8%b0%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b2-2/</link>
		<comments>http://www.zoomzogzag.com/2012/04/%e0%b9%84%e0%b8%9b%e0%b8%94%e0%b8%b9%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%88%e0%b9%89%e0%b8%b2-%e0%b8%a1%e0%b8%b0%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b2-2/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 08 Apr 2012 04:04:58 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ซอกแซกล่าสุด]]></category>
		<category><![CDATA[บันเทิง]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.zoomzogzag.com/?p=522</guid>
		<description><![CDATA[ท่านผู้อ่านที่ติดตามคอลัมน์นี้มานานพอสมควร คงจะพอจำได้ว่าเมื่อ 4 ปีที่แล้วทีมงานซอกแซกเคยเขียนแสดงความชื่นชมหนังไทยเอาไว้เรื่องหนึ่ง และทิ้งท้ายเอาไว้ว่าคงจะมีโอกาสได้ดูชมฝีมือของทีมงานผู้สร้างภาพยนตร์เรื่องนี้อีกในอนาคต หนังไทยว่าด้วยเรื่องหมาๆ กับคนๆ ที่โด่งดังมาก&#8230;อำนวยการสร้างโดย ณภัทร ภวภูตานนท์ ณ มหาสารคาม และกำกับการแสดงโดย พันธุ์ธัมม์ ทองสังข์ ที่สามารถกำกับคุณสุนัขทั้งหลายได้อย่างยอดเยี่ยมราวกับพูดจากับสุนัขรู้เรื่องอย่างไรอย่างนั้น “มะหมา 4 ขา ครับ”&#8230;คือชื่อของภาพยนตร์ที่ทีมงานซอกแซกติดใจนักหนาเรื่องที่ว่า ดังนั้น  เมื่อทราบข่าวว่า “มะหมา 2” สร้างเสร็จแล้ว&#8230;และจะลงโรงฉายในต้นเดือนเมษายน 2555 นี้ ทีมงานซอกแซกจึงรีบแหวกคิวหาโอกาสไปนั่งดูในรอบสื่อมวลชนที่สยามพารากอนเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา โดยฉับพลัน ดูจบแล้วก็คงต้องบอกว่า “ชอบ” อีกเช่นเคย&#8230;ชอบในระดับเดียวกับที่เคยชอบ “มะหมา 1” นั่นแหละครับ เหตุผลข้อแรกเป็นเพราะคุณ 4 ขา ตัวเอกจากชุดแรกยังอยู่ และยังร่วมแสดงอีกหลายตัว &#8230; <a href="http://www.zoomzogzag.com/2012/04/%e0%b9%84%e0%b8%9b%e0%b8%94%e0%b8%b9%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%88%e0%b9%89%e0%b8%b2-%e0%b8%a1%e0%b8%b0%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b2-2/">Continue reading <span class="meta-nav">&#8594;</span></a>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ท่านผู้อ่านที่ติดตามคอลัมน์นี้มานานพอสมควร คงจะพอจำได้ว่าเมื่อ 4 ปีที่แล้วทีมงานซอกแซกเคยเขียนแสดงความชื่นชมหนังไทยเอาไว้เรื่องหนึ่ง และทิ้งท้ายเอาไว้ว่าคงจะมีโอกาสได้ดูชมฝีมือของทีมงานผู้สร้างภาพยนตร์เรื่องนี้อีกในอนาคต</p>
<p>หนังไทยว่าด้วยเรื่องหมาๆ กับคนๆ ที่โด่งดังมาก&#8230;อำนวยการสร้างโดย ณภัทร ภวภูตานนท์ ณ มหาสารคาม และกำกับการแสดงโดย พันธุ์ธัมม์ ทองสังข์ ที่สามารถกำกับคุณสุนัขทั้งหลายได้อย่างยอดเยี่ยมราวกับพูดจากับสุนัขรู้เรื่องอย่างไรอย่างนั้น</p>
<p>“มะหมา 4 ขา ครับ”&#8230;คือชื่อของภาพยนตร์ที่ทีมงานซอกแซกติดใจนักหนาเรื่องที่ว่า</p>
<p>ดังนั้น  เมื่อทราบข่าวว่า “มะหมา 2” สร้างเสร็จแล้ว&#8230;และจะลงโรงฉายในต้นเดือนเมษายน 2555 นี้ ทีมงานซอกแซกจึงรีบแหวกคิวหาโอกาสไปนั่งดูในรอบสื่อมวลชนที่สยามพารากอนเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา โดยฉับพลัน</p>
<p>ดูจบแล้วก็คงต้องบอกว่า “ชอบ” อีกเช่นเคย&#8230;ชอบในระดับเดียวกับที่เคยชอบ “มะหมา 1” นั่นแหละครับ</p>
<p>เหตุผลข้อแรกเป็นเพราะคุณ 4 ขา ตัวเอกจากชุดแรกยังอยู่ และยังร่วมแสดงอีกหลายตัว ทำให้การเชื่อมโยงระหว่างภาค 1 กับภาค 2 เป็นไปอย่างต่อเนื่อง</p>
<p>ที่จากไปก็มี “เจ้ามะขาม” กับ “เจ้าน้ำค้าง” ที่ติดตามเจ้านายไปอยู่เมืองนอก ส่วน “ลุงกาแฟ” หมาดาราเอกอีกตัวนั้น เขาเกริ่นว่าไปอยู่เมืองสวรรค์ของหมาเรียบร้อยด้วยความชรา</p>
<p>ที่ยังอยู่จึงมี พิกุล, เก่ง, เปี๊ยก, เซ็กซี่ และ ปองปอง ที่แฟนๆจาก “มะหมา 1” คงจะจำได้ดี</p>
<p>โดยเฉพาะทีมงานซอกแซกเมื่อมีโอกาสได้เห็นหน้าน้องหมาเหล่านี้ก็รู้สึกมีความสุขใจ เหมือนได้เจอะเจอกับเพื่อนเก่าๆ อีกครั้งหนึ่ง</p>
<p>ในขณะที่ “พระเอก” ตัวใหม่ อันได้แก่ “เจ้าเจ๋อ” สุนัขพันธุ์บางแก้วเพศผู้ ก็หุ่นดีทั้งเท่ทั้งมีเสน่ห์ แถมออกแนวบู๊อีกต่างหาก</p>
<p>เพียงออกมาโชว์ตัวไม่กี่ฉากก็ได้ใจแฟนๆ ไปแล้วทั้งโรง</p>
<p>หนังช่วงแรกๆ อาจจะสับสน และดูอืดอาดเล็กน้อย เพราะต้องปูพื้นให้เชื่อมโยงกับภาค 1 ทำให้คนที่ไม่ได้ดูภาคที่แล้วงงๆ อยู่บ้าง</p>
<p>แต่พอเดินเรื่องเข้าสู่เหตุการณ์ใหม่ๆ เมื่อพระเอกใหม่ “เจ๋อ” โดนกล่าวหาว่าเป็น “หมาปีศาจ” ลักพาลูกชายตัวน้อยของเจ้านายออกจากบ้าน ความสนุกก็เริ่มขึ้น ณ บัดนั้น</p>
<p>เจ้าเจ๋อกับแก๊ง 4 ขาเก่า มาเจอกันและกลายเป็นซี้กัน หลังจากเจ้าเจ๋อไปช่วยให้แก๊งเก่าทั้งแก๊งหลุดพ้นจากกรงขังของนักล่าสุนัขมาได้</p>
<p>จากนั้นก็ร่วมกันปฏิบัติภารกิจตามหาเจ้านายน้อยที่ถูกนายองอาจ ผู้ร้ายจากภาคแรกที่ยังตามมา เป็นผู้ร้ายซึ่งมีสติฟั่นเฟือนในภาค 2 ลักพาตัวไปแต่ป้ายความผิดให้กับเจ้าเจ๋อ</p>
<p>ในระหว่างติดตามค้นหาเด็กน้อยลูกเจ้านายนั้นเอง&#8230; บรรดามะหมาต้องเผชิญกับชะตากรรมมากมาย ทั้งจากนักล่าสุนัข และจากคนชอบกินเนื้อสุนัข ไปจนถึงชาวบ้านที่ดูข่าวทีวีแล้วเข้าใจผิดว่าเจ้าเจ๋อเป็นหมาปีศาจจริงๆ</p>
<p>ไล่กันไปไล่กันมา ไปเจอเจ้าช้างน้อยเข้าให้อีก&#8230;และในที่สุดก็ได้ช้างน้อยเป็นเพื่อนชนิดตายแทนกันได้ มาอีกเชือกหนึ่ง</p>
<p>จาก “มะหมา 4 ขา ครับ” ก็เลยกลายเป็น “ช้างเพื่อนแก้ว” หนังดังของอินเดียในอดีต มาผสมผสานอยู่ในเรื่องเดียวกัน</p>
<p>ผนึกกำลังระหว่าง “หมา” กับ “ช้าง” เข้าด้วยกันอย่างแนบแน่น</p>
<p>ช่วงท้ายช้างเพื่อนแก้วมาช่วยสุนัขให้รอดพ้น จากคนชอบกินสุนัขได้อย่างตื่นเต้น และหวุดหวิด</p>
<p>แต่ภารกิจในการตามหาลูกชายน้อยของเจ้านายยังไม่จบ เพราะยังตามไม่เจอ  จึงต้องตามดูในภาค 3 กันต่อไป</p>
<p>ต้องขอชื่นชม ผู้กำกับ พันธุ์ธัมม์ ทองสังข์ ที่ทำหน้าที่กำกับส่ำสัตว์ทั้งหลายได้อย่างยอดเยี่ยม พอๆกับครั้งที่แล้ว</p>
<p>ทั้งนกแก้ว นกขุนทองคู่เก่า ไปจนถึงคุณสุนัขทั้งใหม่และเก่า บวกช้างเข้าไปด้วย ต้องถือว่ามีความสามารถในการกำกับการแสดงของสัตว์อย่างแท้จริง</p>
<p>ส่วนดารามนุษย์ ไม่ว่าจะเป็น ป้อง ณวัฒน์ หรือ โดนัท มนัสนันท์ ตลอดจนผู้ร้ายอย่าง เต้ ปิติศักดิ์ รวมตลอดทั้งนักจับสุนัข และคนชอบกินสุนัขที่มี ซูโม่ตู้ เป็นหัวหน้า ล้วนแสดงได้ดีตามบทบาทที่ได้รับมอบหมาย</p>
<p>ถือว่ามาช่วยกันเป็น “ดาราแสดงประกอบ” เพื่อให้ซุป’ตาร์ 4 ขา ทั้งหลายเป็นพระเอกนางเอกตัวจริงซะก็แล้วกัน&#8230;ทำไงได้ หนังชุดนี้เป็นของพี่หมาน้องหมาเขานี่นา&#8230;มนุษย์ต่อให้หล่อหรือสวยอย่างไร ก็ต้องกลายเป็นตัวประกอบไปตามระเบียบ</p>
<p>ในส่วนของนักพากย์ มีทั้ง กาละแมร์, วู้ดดี้, ทั้ง สกาวใจ, ดีเจตุ๊ยตุ่ย, ดีเจโป้ง, ดีเจเชาเชา และ “น้องเก้า” จิรายุ ละอองมณี</p>
<p>ใครพากย์เสียงส่ำสัตว์ตัวไหนบ้างโปรดไปฟังกันเอาเอง บอกให้เพียงคนเดียวว่า สำหรับน้องเก้าเป็นผู้พากย์เสียงเจ้าเจ๋อ พระเอก ก็เลยทำให้เจ้าเจ๋อ นอกจากจะเป็น “หมาหล่อ” อยู่แล้ว ยังกลายเป็นหมา “เสียงหล่อ” ไปด้วยอีกต่างหาก</p>
<p>สำหรับข้อสังเกตมีอยู่ข้อเดียวว่าฉากผจญภัยบางฉากของคุณสุนัขมีส่วนทำให้เด็กเล็กเกิดความกลัวได้เหมือนกันแฮะ</p>
<p>โดยเฉพาะฉากซูโม่ตู้จะเจี๋ยนสุนัข ถือมีดกระหยิ่มรอนั้น ลูกสาวของท่านผู้ชมที่อยู่ข้างๆ ทีมงานซอกแซกก้มหน้านิ่ง พร้อมกับบอกพ่อว่า กลับเหอะ กลับเหอะหนูกลัว</p>
<p>อาจจะเป็นเพราะแม่หนูเธอยังเป็นเด็กเกินไป และยังรับไม่ได้กับเหตุการณ์ที่ออกจะทารุณจิตใจเด็กๆอยู่บ้างในจอหนัง</p>
<p>ฝากให้คุณพ่อคุณแม่ที่พาเด็กเล็กไปดูถือโอกาสกระซิบหนูๆไปเลย แม้จะทำให้เสียรสชาติไปบ้าง แต่เพื่อให้เด็กๆ หายกลัว ก็บอกเสียก่อนเลยว่า&#8230;“อย่ากลัวลูกเดี๋ยวช้างก็มาช่วยเองแหละ ลุงซูมไทยรัฐเขาบอกไว้แล้ว”</p>
<p>ถ้าไม่คิดถึงฉากนี้ละก็คงต้องบอกว่าสมบูรณ์แบบครับ และขอพยากรณ์ว่าน่าจะเป็นหนังทำเงินได้ดีพอสมควร ในช่วงฤดูปิดเทอมนี้</p>
<p>ทำเป็นเล่นไปนะครับ เราอาจจะได้เห็นหมาตัวเล็กๆไล่กัดเรือเดินสมุทรลำใหญ่ๆ กระจุยไปก็ได้นา.</p>
<p><span style="color: #99cc00;"><strong>“ซูม”</strong></span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.zoomzogzag.com/2012/04/%e0%b9%84%e0%b8%9b%e0%b8%94%e0%b8%b9%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%88%e0%b9%89%e0%b8%b2-%e0%b8%a1%e0%b8%b0%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b2-2/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ซอกแซกสัปดาห์หนังสือ</title>
		<link>http://www.zoomzogzag.com/2012/04/%e0%b8%8b%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b9%81%e0%b8%8b%e0%b8%81%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%9b%e0%b8%94%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b9%8c%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b7%e0%b8%ad/</link>
		<comments>http://www.zoomzogzag.com/2012/04/%e0%b8%8b%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b9%81%e0%b8%8b%e0%b8%81%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%9b%e0%b8%94%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b9%8c%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b7%e0%b8%ad/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 01 Apr 2012 04:10:01 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ซอกแซกล่าสุด]]></category>
		<category><![CDATA[ท่องเที่ยว]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.zoomzogzag.com/?p=525</guid>
		<description><![CDATA[ไปเดินซอกแซกมาเรียบร้อยแล้วครับ สำหรับงาน “สัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ครั้งที่ 40 และงานสัปดาห์หนังสือนานาชาติครั้งที่ 10” งานใหญ่ประจำปี 2555 ของสมาคมผู้จัดพิมพ์ และผู้จำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทย  ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ (29 มี.ค.–8 เม.ย.) ปีนี้มีคิวว่างพอดี มีโอกาสไปเดินลุยตั้งแต่บ่ายโมงตรงของวันเปิดงานวันแรก ซึ่งก็ต้องบอกว่ารู้สึกเหลือเชื่อตั้งแต่ลงอุโมงค์ไปขึ้นรถไฟฟ้าใต้ดินที่สถานีลาดพร้าวแล้วละ เพราะผู้โดยสารค่อนข้างแน่น และแน่นไปเรื่อยๆ เมื่อผ่านสถานีต่างๆ&#8230;ก่อนจะลงจากขบวนรถเสียเกือบครึ่งเลยเมื่อไปถึงสถานีศูนย์การประชุม แห่งชาติสิริกิติ์ สถานที่จัดงาน สำหรับภายในศูนย์การประชุมนั้น ผู้คนแน่นขนัดตั้งแต่ทางเข้า และเมื่อเข้าไปด้านในแล้ว ควรจะต้องไปเริ่มต้นที่บริเวณห้องโถงใหญ่ด้านหน้าเสียก่อน เพราะเป็นศูนย์รวมทุกอย่างตั้งแต่เคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ไปจนถึงนิทรรศการที่น่าสนใจ และแน่นอนจะมีนิทรรศการหนังสือที่ชนะเลิศรางวัลดีเด่นประเภทต่างๆ ของปีนี้อยู่ด้วย ขออนุญาตแนะนำนิทรรศการ “เทพรัตน์มณีสารร้อยตระการร้อยแสงแห่งศาสตร์” ที่อยู่ในบริเวณใกล้ๆกัน&#8230;เพื่อชื่นชมหนังสือพระราชนิพนธ์ใน สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ  สยามบรมราช กุมารี หลายๆชุดที่ทรงนิพนธ์ไว้ รวมทั้งพระราช-นิพนธ์แปลเล่มล่าสุดจากต้นฉบับภาษาจีน “หมู่บ้านเล็กตระกูลเป้า” ที่จัดพิมพ์โดยสำนักพิมพ์นานมี &#8230; <a href="http://www.zoomzogzag.com/2012/04/%e0%b8%8b%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b9%81%e0%b8%8b%e0%b8%81%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%9b%e0%b8%94%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b9%8c%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b7%e0%b8%ad/">Continue reading <span class="meta-nav">&#8594;</span></a>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ไปเดินซอกแซกมาเรียบร้อยแล้วครับ สำหรับงาน “สัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ครั้งที่ 40 และงานสัปดาห์หนังสือนานาชาติครั้งที่ 10” งานใหญ่ประจำปี 2555 ของสมาคมผู้จัดพิมพ์ และผู้จำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทย  ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ (29 มี.ค.–8 เม.ย.)</p>
<p>ปีนี้มีคิวว่างพอดี มีโอกาสไปเดินลุยตั้งแต่บ่ายโมงตรงของวันเปิดงานวันแรก ซึ่งก็ต้องบอกว่ารู้สึกเหลือเชื่อตั้งแต่ลงอุโมงค์ไปขึ้นรถไฟฟ้าใต้ดินที่สถานีลาดพร้าวแล้วละ</p>
<p>เพราะผู้โดยสารค่อนข้างแน่น และแน่นไปเรื่อยๆ เมื่อผ่านสถานีต่างๆ&#8230;ก่อนจะลงจากขบวนรถเสียเกือบครึ่งเลยเมื่อไปถึงสถานีศูนย์การประชุม แห่งชาติสิริกิติ์ สถานที่จัดงาน</p>
<p>สำหรับภายในศูนย์การประชุมนั้น ผู้คนแน่นขนัดตั้งแต่ทางเข้า และเมื่อเข้าไปด้านในแล้ว ควรจะต้องไปเริ่มต้นที่บริเวณห้องโถงใหญ่ด้านหน้าเสียก่อน เพราะเป็นศูนย์รวมทุกอย่างตั้งแต่เคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ไปจนถึงนิทรรศการที่น่าสนใจ และแน่นอนจะมีนิทรรศการหนังสือที่ชนะเลิศรางวัลดีเด่นประเภทต่างๆ ของปีนี้อยู่ด้วย</p>
<p>ขออนุญาตแนะนำนิทรรศการ “เทพรัตน์มณีสารร้อยตระการร้อยแสงแห่งศาสตร์” ที่อยู่ในบริเวณใกล้ๆกัน&#8230;เพื่อชื่นชมหนังสือพระราชนิพนธ์ใน สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ  สยามบรมราช กุมารี หลายๆชุดที่ทรงนิพนธ์ไว้ รวมทั้งพระราช-นิพนธ์แปลเล่มล่าสุดจากต้นฉบับภาษาจีน “หมู่บ้านเล็กตระกูลเป้า” ที่จัดพิมพ์โดยสำนักพิมพ์นานมี และเป็นหนังสือที่คาดว่าจะขายดีประจำปี</p>
<p>บริเวณนั้นอีกแหละ เขาจะมีนิทรรศการหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ E-Book@Thailand มาแสดงด้วย ท่านที่สนใจใคร่รู้วิวัฒนาการใหม่ๆ  อย่าลืมแวะหาความรู้หาข้อมูลด้วยละกัน</p>
<p>ผ่านเข้าไปในบริเวณเพลนารีฮอลล์อันเป็นที่จัดบูธหนังสือใหญ่สุดของงาน โดยเฉพาะด้านเหนือนั้น รวมสำนักพิมพ์ดังๆ เอาไว้เพียบ</p>
<p>แน่นกว่าเพื่อน น่าจะเป็น  นานมีบุ๊คส์  เพราะมีหนังสือการ์ตูนความรู้สำหรับเด็กๆ มาขายลดราคาหลายชุด ส่งผลให้ทั้งเด็กๆ และผู้ปกครองมายืนเข้าคิวยาวตั้งแต่วันแรก&#8230;ในขณะที่หนังสือแนะนำประจำปีนี้ นอกจาก  “หมู่บ้านเล็กตระกูลเป้า” พระราชนิพนธ์แปลของสมเด็จพระเทพรัตนราช</p>
<p>สุดาฯ สยามบรมราชกุมารี แล้ว อีก 2-3 เล่ม ที่ขึ้น ป้ายแนะนำก็มี “เที่ยวยุโรปทุกวันได้ไหมเนี่ย” ของ วานวาน  ราชินีบล็อกเกอร์จากไต้หวันและหนังสือชุดชนะเลิศรางวัลนานมีบุ๊คส์ประเภทต่างๆ</p>
<p>ส่วนของสำนักพิมพ์ แสงดาว จัดโชว์วรรณกรรมจีนอมตะ “สามก๊ก” ฉบับของเจ้าพระยาพระคลัง (หน) ภาพประกอบโดย เหม เวชกร 2 เล่มโตๆให้เห็นเด่นชัด พร้อมด้วยนวนิยายเรื่องเอกของกรุงรัตนโกสินทร์ “ปริศนา” โดย ว. ณ ประมวลมารค หรือ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าวิภาวดีรังสิต ซึ่งจัดพิมพ์ขึ้นใหม่ วางเคียง คู่กับ “เจ้าสาวของอานนท์” และ “รัตนาวดี” ครบชุดพอดิบพอดี</p>
<p>ไปที่ สยามอินเตอร์ มัลติมีเดีย  ซึ่งแน่นอย่างเหลือเชื่อจากแฟนรุ่นเยาว์ที่มารุมล้อมซื้อหนังสือสารพัดการ์ตูน ที่นำมาขายเป็นชุดแบบครบชุดในราคาถูกกว่าท้องตลาด&#8230;ในขณะที่ “กำลังภายใน” ของ น.นพรัตน์ แม้จะเป็นเรื่องเก่าแต่ก็ยังขายได้ดี เพราะแฟนๆต้องการซื้อแบบทั้งชุด ครบทุกเล่มเช่นกัน&#8230;ส่วนที่มีการโปรโมตขึ้นป้ายไว้เป็นกำลังภายในจากเกาหลี “ราชันมารสะท้านปฐพี” ที่แรงมากในขณะนี้</p>
<p>ของ โพสต์บุ๊คส์ ชูป้ายโฆษณาหนังสือเด่นหลายเล่ม แต่เตะตาที่สุดน่าจะเป็น “กูคือป๋า&#8230;ข้าชื่อเปรม” อมตะแห่งป๋าเปรม  โดย  วาสนา  นาน่วม &#8230;ส่วนอีก 2-3 เล่มที่ขึ้นป้ายไว้ด้วย ได้แก่</p>
<p>“จากนักวิทย์ สู่ชีวิตทหารรับจ้าง”, “สามก๊กฉบับเสน่ห์ผู้นำ” และ “ถอดอะไรก็ถอดได้  แต่อย่าถอดใจนะโยม” เล่มหลังสุดเป็นของท่านมหาสมปอง ตาลปุตโต</p>
<p>ด้านใต้สุดของเพลนารีฮอลล์จะเป็นที่ตั้งบูธของ “หนังสือนานาชาติ” เหมือนเช่นทุกปีมีโชว์บ้าง จำหน่ายบ้าง เท่าที่เห็นเด่นๆของปีนี้ มีของไต้หวัน, เกาหลี, ฝรั่งเศส, อิหร่าน ส่วนของจีนนั้น ไม่แน่ใจว่าจะมีจากแผ่นดินใหญ่หรือเปล่า แต่มีของ สำนักพิมพ์ทองเกษม ที่แปลการ์ตูนจีนมาแล้วหลายเรื่องมาโชว์ประชันไม่ใกล้ไม่ไกล</p>
<p>ก่อนจะออกจากเพลนารีฮอลล์ ผมเดินผ่าน สกายบุ๊กส์การ์ตูน, หมอชาวบ้าน (ปีนี้บูธใหญ่มาก) และ ศรีสยามการพิมพ์ มีนิตยสารและหนังสือวัยรุ่น แฟนๆรุมซื้อไม่เบาทีเดียว</p>
<p>พูดถึงหนังสือวัยรุ่น คงต้องยกให้ แจ่มใส พับลิชชิ่ง ตามเคย ปีนี้อยู่ที่โซน C1 ทางประตูด้านตลาดหลักทรัพย์ฯ มีน้องๆหนูๆไปยืนออแน่นขนัด  มีใบสั่งซื้อพิมพ์ชื่อหนังสือยาวเหยียดคอยแจกให้แฟนๆ กรอกด้วย ผมหยิบมาดู 1 แผ่น เห็นติดเครื่องหมาย “Best Seller” ไว้หลายเล่ม เช่น “ภารกิจลับ ร้ายนัก รักอลเวง”, “เดิมพันทั้งหน้าตัก  ปิดบัญชีรัก  เช็กบิลหัวใจ” ฯลฯ ชื่อเรื่องแต่ละเรื่องหนังจีนชื่อแปลกๆสมัยก่อนชิดซ้าย</p>
<p>ผมผ่าน อมรินทร์ หรือ “นายอินทร์” ด้วย อยู่ที่โซนซี เหมือนทุกปีและยาวเหยียดตามเคย มีหนังสือสารพัดบรรยายไม่ถูก  แต่ที่เห็น โปรโมต และน่าซื้อก็มีหนังสือชุด “รางวัลซีไรต์” 6 เล่ม พิมพ์ปกแข็ง อาทิ ใบไม้ที่หายไป, ความสุขของกะทิ, ม้าก้านกล้วย ฯลฯ และอีกเล่ม ที่ขึ้นป้ายใหญ่ ได้แก่ “ภารกิจ delete กรรม” โดย เจน ญาณทิพย์</p>
<p>ผมผ่าน มติชน ผ่าน เนชั่น ผ่าน ศูนย์หนังสือจุฬา ผ่าน สถาพรบุ๊คส์ และฯลฯ แต่เนื้อที่หมดเสียแล้วละ ต้องขอโทษด้วยที่ไม่สามารถจะเอ่ยถึงได้ครบถ้วน (รวมทั้งสำนักพิมพ์อื่นๆ อีก 450 สำนักพิมพ์ก็ต้องขอโทษเช่นกัน)</p>
<p>เอาเป็นว่าขอเอาใจช่วยแบบองค์รวม  ขอให้มีคนแห่แหนไปงานหนังสือเยอะๆไปซื้อหนังสือเยอะๆ ไปฟังอภิปรายเยอะๆ ไปพบกับนักเขียน ไปพบกับการเปิดตัวหนังสือเล่มใหม่ ฯลฯ</p>
<p>จะลากกระเป๋าไปเองก็ได้หรือจะไปซื้อกระเป๋าลากสีสวยๆของบริษัทไปรษณีย์ไทยที่มาออกร้านที่หน้าเพลนารีฮอลล์ก็ได้&#8230;ใบละ 200 กว่าบาทเท่านั้นเอง หรือถ้าไม่อยากลากกลับก็ให้ไปรษณีย์เขาห่อส่งกลับได้เลย เห็นคุยว่าส่งเช้าได้เย็น ส่งเย็นถึงเช้า จริงเท็จอย่างไรพิสูจน์กันเองครับ.</p>
<p><span style="color: #99cc00;"><strong>“ซูม”</strong></span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.zoomzogzag.com/2012/04/%e0%b8%8b%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b9%81%e0%b8%8b%e0%b8%81%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%9b%e0%b8%94%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b9%8c%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b7%e0%b8%ad/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>สถานีแห่งความหลัง</title>
		<link>http://www.zoomzogzag.com/2012/03/%e0%b8%aa%e0%b8%96%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%b5%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87/</link>
		<comments>http://www.zoomzogzag.com/2012/03/%e0%b8%aa%e0%b8%96%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%b5%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 25 Mar 2012 11:53:05 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[สาระน่ารู้]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.zoomzogzag.com/?p=510</guid>
		<description><![CDATA[ซอกแซกสัปดาห์นี้ต้องขออนุญาตท่านผู้อ่านกลับไปเขียนถึงเรื่องราวของจังหวัดนครสวรรค์ โดยเฉพาะในส่วนที่เกี่ยวกับ อ.เมือง หรือปากน้ำโพ อีกสักครั้ง เพราะหลังจากที่เขียนเล่าเรื่องการกลับไปเยี่ยมโรงเรียนเก่าเมื่อสัปดาห์โน้น พร้อมกับเล่าว่าแวะไปเยี่ยมโรงเรียน วิชาวดี ของคุณครู บุปผาชาติ หมุนสา ที่ใกล้ๆ สถานีรถไฟปากน้ำโพไปแล้วนั้ ก็มีพรรคพวกเพื่อนฝูงกรุณาส่งหนังสือปกแข็งในทำนองสมุดภาพว่าด้วย “ภาพเก่าเล่าขานตำนานปากน้ำโพ” โดย มานพ สุวรรณศรี อดีตผู้สื่อข่าวไทยรัฐ มาให้หัวหน้าทีมซอกแซก 1 เล่ม เป็นหนังสือที่จัดทำขึ้นโดย โครงการจัดตั้งวิทยาเขตนครสวรรค์ มหาวิทยาลัยมหิดล พิมพ์ไว้ตั้งแต่ พ.ศ.2553 มีคุณ เอนก นาวิกมูล เป็นบรรณาธิการ มีเรื่องและภาพเก่าๆของจังหวัดต้นน้ำเจ้าพระยาให้ดูชมระลึกความหลังกันอย่างจุใจทีเดียว ซึ่งหัวหน้าทีมตั้งใจว่าเมื่ออ่านจบและใช้งานเสร็จเรียบร้อยจะมอบให้แก่ห้องสมุดไทยรัฐต่อไป เพื่อประโยชน์ในการค้นคว้าและอ้างอิงในโอกาสหน้า ที่ตั้งใจจะเขียนถึงในสัปดาห์นี้ จะเป็นเรื่องของ “สถานีรถไฟปากน้ำโพ” ครับ เพราะในหนังสือเล่มนี้ได้อัญเชิญภาพฝีพระหัตถ์พระพุทธเจ้าหลวง รัชกาลที่ &#8230; <a href="http://www.zoomzogzag.com/2012/03/%e0%b8%aa%e0%b8%96%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%b5%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87/">Continue reading <span class="meta-nav">&#8594;</span></a>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><span style="color: #888888;">ซอกแซกสัปดาห์นี้ต้องขออนุญาตท่านผู้อ่านกลับไปเขียนถึงเรื่องราวของจังหวัดนครสวรรค์ โดยเฉพาะในส่วนที่เกี่ยวกับ อ.เมือง หรือปากน้ำโพ อีกสักครั้ง</span></p>
<p><span style="color: #888888;">เพราะหลังจากที่เขียนเล่าเรื่องการกลับไปเยี่ยมโรงเรียนเก่าเมื่อสัปดาห์โน้น พร้อมกับเล่าว่าแวะไปเยี่ยมโรงเรียน วิชาวดี ของคุณครู บุปผาชาติ หมุนสา ที่ใกล้ๆ สถานีรถไฟปากน้ำโพไปแล้วนั้</span></p>
<p><span class="Apple-style-span" style="color: #888888;">ก็มีพรรคพวกเพื่อนฝูงกรุณาส่งหนังสือปกแข็งในทำนองสมุดภาพว่าด้วย “ภาพเก่าเล่าขานตำนานปากน้ำโพ” โดย มานพ สุวรรณศรี อดีตผู้สื่อข่าวไทยรัฐ มาให้หัวหน้าทีมซอกแซก 1 เล่ม</span></p>
<p><span class="Apple-style-span" style="color: #888888;">เป็นหนังสือที่จัดทำขึ้นโดย โครงการจัดตั้งวิทยาเขตนครสวรรค์ มหาวิทยาลัยมหิดล พิมพ์ไว้ตั้งแต่ พ.ศ.2553 มีคุณ เอนก นาวิกมูล เป็นบรรณาธิการ</span></p>
<p><span class="Apple-style-span" style="color: #888888;">มีเรื่องและภาพเก่าๆของจังหวัดต้นน้ำเจ้าพระยาให้ดูชมระลึกความหลังกันอย่างจุใจทีเดียว ซึ่งหัวหน้าทีมตั้งใจว่าเมื่ออ่านจบและใช้งานเสร็จเรียบร้อยจะมอบให้แก่ห้องสมุดไทยรัฐต่อไป เพื่อประโยชน์ในการค้นคว้าและอ้างอิงในโอกาสหน้า</span></p>
<p><span class="Apple-style-span" style="color: #888888;">ที่ตั้งใจจะเขียนถึงในสัปดาห์นี้ จะเป็นเรื่องของ “สถานีรถไฟปากน้ำโพ” ครับ เพราะในหนังสือเล่มนี้ได้อัญเชิญภาพฝีพระหัตถ์พระพุทธเจ้าหลวง รัชกาลที่ 5 มาลงไว้ด้วย</span></p>
<p><span class="Apple-style-span" style="color: #888888;">ทำให้ทราบว่า  สถานีรถไฟปากน้ำโพ  ในอดีตนั้นยิ่งใหญ่ และมีโครงสร้างที่สวยงามไม่น้อยเลย</span></p>
<p><span class="Apple-style-span" style="color: #888888;">ตรงข้ามกับปัจจุบัน เพราะเท่าที่หัวหน้าทีมซอกแซกมีโอกาสไปยืนดูที่หน้าสถานีอยู่ครู่ใหญ่นั้น เหลือตัวสถานีเพียงชั้นเดียวและคูหาเดียว มิใช่ยกสูงขึ้นเป็น 2 ชั้น ดังในภาพฝีพระหัตถ์</span></p>
<p><span class="Apple-style-span" style="color: #888888;">บรรยากาศโดยรอบก็เงียบๆ เหงาๆ ไม่คึกคักเหมือนในอดีตดังที่เคยอ่านจากข้อเขียนต่างๆ รวมทั้งที่เคยสัมผัสด้วยตัวเองเมื่อ 50 กว่าปีที่แล้ว</span></p>
<p><span class="Apple-style-span" style="color: #888888;">ในยุคที่รถไฟครองความยิ่งใหญ่และเป็นยานพาหนะสำคัญ ที่จะนำประชาชนชาวไทยเดินทางไปมาหาสู่กันทั่วประเทศนั้น ต้องยอมรับว่า  สถานีรถไฟปากน้ำโพ  เป็นสถานีหนึ่งที่คนไทยรู้จักและกล่าวขวัญถึงทั่วประเทศ</span></p>
<p><span class="Apple-style-span" style="color: #888888;">ท่านที่มีโอกาสอ่านหนังสือว่าด้วยการเสด็จ ประพาสต้นของสมเด็จพระพุทธเจ้าหลวง  รัชกาลที่ 5 คงจะพอจำได้ว่าพระองค์เสด็จครั้งแรกเมื่อ พ.ศ.2447 ไปยังสมุทรสาคร  ดำเนินสะดวก  ราชบุรี สมุทรสงคราม และ ฯลฯ</span></p>
<p><span class="Apple-style-span" style="color: #888888;">ต่อมาใน 2449 ได้เสด็จลงเรือที่ตำหนักแพวังหน้า ทวนแม่น้ำเจ้าพระยาขึ้นเหนือไปจนถึงจังหวัดกำแพงเพชร และได้เสด็จประทับที่นครสวรรค์ หลายๆจุด อันเป็นความทรงจำที่เล่าขานมิรู้ลืมของ ชาวนครสวรรค์ตราบทุกวันนี้</span></p>
<p><span class="Apple-style-span" style="color: #888888;">จากนั้นในปี 2451 ได้เสด็จประพาสต้นครั้งที่ 3</span></p>
<p><span class="Apple-style-span" style="color: #888888;">โดยรถไฟจนถึงเมืองนคร-สวรรค์อีกครั้งหนึ่ง และทรง ฉายภาพ “สเตชั่นนครสวรรค์” ที่มีประชาชนและทหารไปรอเฝ้าฯจำนวนมาก จากนั้นจึงเสด็จลงเรือพระที่นั่งล่องลำน้ำเจ้าพระยาเข้าสู่คลองมะขามเฒ่าสู่จังหวัดสุพรรณบุรี</span></p>
<p><span class="Apple-style-span" style="color: #888888;">สเตชั่นรถไฟเมืองนครสวรรค์ ก็คือสถานีปากนํ้าโพนั่นเอง เพราะดูจากภาพฝีพระหัตถ์ จะเห็นว่าตั้งอยู่ริมแม่น้ำ ซึ่งก็คือแม่น้ำน่านหรือแควใหญ่ อันเป็นสถานที่เดียวกับสถานีปากน้ำโพปัจจุบัน</span></p>
<p><span class="Apple-style-span" style="color: #888888;">เนื่องจากตัวเมืองนครสวรรค์อยู่อีกฟากหนึ่งของแม่น้ำ การเดินทางสู่นครสวรรค์ทางรถไฟจะไปสิ้นสุดที่สถานีปากนํ้าโพ แล้วต้องลงเรือจ้าง ซึ่งสมัยแรกๆอาจเป็นเรือแจวด้วยซํ้า  เข้าสู่ตลาดนครสวรรค์อีกทอดหนึ่ง</span></p>
<p><span class="Apple-style-span" style="color: #888888;">สถานีปากนํ้าโพเป็นสถานีที่แม้จะมิใช่ชุมทาง แต่ก็เป็นสถานีใหญ่ มีหัวรถจักรจอดรออยู่หลายขบวน เพราะนอกจากจะเป็นสถานีสำคัญที่รถไฟขึ้นสู่ภาคเหนือจะหยุดเติมนํ้าเติมฟืนที่นี่แล้ว  ยังเป็นสถานีต้นทางปลายทางของรถไฟสาย “ปากนํ้าโพ-กรุงเทพฯ” อีกด้วย</span></p>
<p><span class="Apple-style-span" style="color: #888888;">ชาวนครสวรรค์ที่จะเดินทางเข้ากรุงเทพฯเพื่อภารกิจใดๆก็ตาม จะไปขึ้นรถไฟที่สถานีแห่งนี้ รวมทั้งพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดใกล้เคียง  ตั้งแต่ ตาก กำแพงเพชร อุทัยธานี ชัยนาท หากจะเข้ากรุงเทพฯโดยทางรถไฟก็มักจะไปพักค้างคืนที่ตลาดปากนํ้าโพนครสวรรค์ 1 คืน จากนั้นจะตื่นแต่เช้าตรู่ลงเรือไปข้ามแม่นํ้าเจ้าพระยาเข้าสู่แควใหญ่ เพื่อไปขึ้นรถไฟที่สถานีแห่งนี้</span></p>
<p><span class="Apple-style-span" style="color: #888888;">แม้แต่ “ลุงเชย” ในหัสนิยายชุด 3 เกลอ พลนิกร กิมหงวน ของ ป.อินทรปาลิต ซึ่งเป็นชาวโกรกพระ จะเดินทางเข้ากรุงเทพฯไปเยี่ยม 3 เกลอ ก็ไปขึ้นรถไฟที่สถานีปากนํ้าโพนี่แหละ</span></p>
<p><span class="Apple-style-span" style="color: #888888;">ต่อมาเมื่อมีการก่อสร้างสะพานข้ามแม่นํ้าเจ้าพระยา ที่เรียกว่า “สะพานเดชาติวงศ์” แล้วเสร็จ ทำให้รถยนต์สามารถข้ามแม่นํ้าไปมาทั้ง 2 ฝั่งได้ จึงมีการตัดถนนเข้าสู่หมู่บ้านเล็กๆหมู่บ้านหนึ่งใกล้ๆค่ายทหาร จิรประวัติ ได้แก่ หมู่บ้าน หนองปลิง</span></p>
<p><span class="Apple-style-span" style="color: #888888;">ก่อนหน้านี้ หนองปลิงเป็นสถานีรถไฟเล็กๆ ที่รถด่วนหรือรถเร็วจะไม่จอดด้วยซํ้า เพราะเล็กมาก แต่ภายหลังการรถไฟฯได้ปรับปรุงก่อสร้างเพิ่มเติมให้เป็นสถานีที่ใหญ่ขึ้น พร้อมกับเปลี่ยนชื่อเป็น “สถานีนครสวรรค์” ประมาณ พ.ศ.2501-2502 ได้กระมัง</span></p>
<p><span class="Apple-style-span" style="color: #888888;">สถานีแห่งใหม่นี้จึงกลายมาเป็นสถานีหลักของจังหวัดนครสวรรค์ แทนสถานีปากนํ้าโพ เพราะความสะดวกในการนั่ง “รถยนต์” เข้าจังหวัด ซึ่งรวดเร็วกว่าการนั่ง “เรือ” นับแต่นั้น</span></p>
<p><span class="Apple-style-span" style="color: #888888;">ส่งผลให้สถานีปากนํ้าโพค่อยๆเงียบเหงาลงไปเรื่อยๆ จนแทบจะกลายเป็นสถานีที่ถูกลืม ในปัจจุบัน</span></p>
<p><span class="Apple-style-span" style="color: #888888;">แต่ถ้าจะว่าไปก็คงไม่ใช่เฉพาะสถานีนี้เท่านั้น ผมเข้าใจว่าแม้สถานีนครสวรรค์เองก็อาจเงียบเหงาไปด้วยเช่นกัน เพราะเดี๋ยวนี้การเดินทางจากนครสวรรค์เข้ากรุงเทพฯโดยทางรถยนต์สะดวกสบาย ใช้เวลาแค่ 2 ชั่วโมงเศษๆ เท่านั้น</span></p>
<p><span class="Apple-style-span" style="color: #888888;">การเดินทางโดยรถไฟจึงกลายเป็นอดีตสำหรับคนนครสวรรค์ไปแล้ว&#8230;และอาจเป็นอดีตของพี่น้องชาวไทยทุกจังหวัดด้วย ทำให้การรถไฟฯ ขาดทุน สถานีต่างๆอยู่ในสภาพทรุดโทรมตามๆกัน</span></p>
<p><span class="Apple-style-span" style="color: #888888;">ความเปลี่ยนแปลง&#8230;การเกิดขึ้น&#8230;และเสื่อมไป จึงเป็นสัจธรรมของโลกด้วยประการฉะนี้.</span></p>
<p><strong>“ซูม”</strong></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.zoomzogzag.com/2012/03/%e0%b8%aa%e0%b8%96%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%b5%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

