<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ZOOMZOGZAG</title>
	<atom:link href="http://www.zoomzogzag.com/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.zoomzogzag.com</link>
	<description>คอลัมน์ &#34;ซูมซอกแซก สุดสัปดาห์&#34; แห่งหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ</description>
	<lastBuildDate>Wed, 01 Feb 2012 05:50:00 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.2.1</generator>
		<item>
		<title>75 ปี &#8220;เตรียมอุดม&#8221;โรงเรียนนี้มีตำนาน</title>
		<link>http://www.zoomzogzag.com/2012/01/75-%e0%b8%9b%e0%b8%b5-%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%b8%e0%b8%94%e0%b8%a1%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%99/</link>
		<comments>http://www.zoomzogzag.com/2012/01/75-%e0%b8%9b%e0%b8%b5-%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%b8%e0%b8%94%e0%b8%a1%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%99/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 29 Jan 2012 05:45:43 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ซอกแซกล่าสุด]]></category>
		<category><![CDATA[สาระน่ารู้]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.zoomzogzag.com/?p=469</guid>
		<description><![CDATA[ทีมงานซอกแซกได้รับแจ้งจากสมาคมนักเรียนเก่าเตรียมอุดมศึกษา ในพระบรมราชูปถัมภ์ว่าในวันศุกร์ที่ 3 กุมภาพันธ์ 2555 ที่จะถึงนี้ ตั้งแต่เวลา 17.00 น.เป็นต้นไป จะมีงาน “เตรียมอุดม 75 ปี&#8230;มีตำนาน” ที่บริเวณสนามฟุตบอลของโรงเรียน โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อให้นักเรียนเก่าทุกรุ่น รวมทั้งรุ่นปัจจุบันด้วย มาร่วมพบปะสังสรรค์ เพื่อรำลึกถึงพระคุณครูบาอาจารย์และพระคุณของโรงเรียนแห่งนี้ จึงขอความร่วมมือให้ทีมงานซอกแซกช่วยลงประชาสัมพันธ์ให้ด้วย หัวหน้าทีมซอกแซกพิจารณาแล้วเห็นว่าในฐานะที่ตัวเองเป็นศิษย์เก่าคนหนึ่ง และได้รับความกรุณาจากครูบาอาจารย์ของโรงเรียนเตรียม-อุดมศึกษาอย่างมากมาย เหลือเกินในอดีตกาล อันเป็นพระคุณที่หาที่สุดมิได้ จึงควรที่จะเขียนตอบแทนพระคุณให้เต็มๆ คอลัมน์ไปเลย มิใช่ลงเพียงข่าวสั้นๆ ท้ายคอลัมน์เท่านั้น นอกจากนี้ โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาในปัจจุบันก็ยังคงรักษามาตรฐานการเรียนต่างๆเอาไว้ ได้อย่างน่ายกย่อง&#8230;ยังคงเป็นโรงเรียนในระดับแนวหน้าของประเทศ ที่ผู้คนส่วนมากมีความประสงค์จะส่งลูกหลานเข้าเรียน หากจะนำเรื่องราวของโรงเรียนเตรียมอุดม-ศึกษามาเขียนถึง แม้ส่วนใหญ่จะหนักไปในทางเรื่องราวของอดีต ก็คงจะน่าสนใจไม่มากก็น้อย ซึ่งเมื่อกลับไปค้นคว้าหาเรื่องราวแต่หนหลังมานั่งอ่านใหม่ ก็เห็นว่าประวัติและเรื่องราวของโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษานั้นน่าสนใจจริงๆ เส้นทางเดินของโรงเรียนนี้  มิใช่ราบเรียบเหมือนโรยด้วยดอกกุหลาบเลยแม้แต่น้อย ปูมประวัติของโรงเรียนบันทึกไว้ว่า &#8230; <a href="http://www.zoomzogzag.com/2012/01/75-%e0%b8%9b%e0%b8%b5-%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%b8%e0%b8%94%e0%b8%a1%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%99/">Continue reading <span class="meta-nav">&#8594;</span></a>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ทีมงานซอกแซกได้รับแจ้งจากสมาคมนักเรียนเก่าเตรียมอุดมศึกษา ในพระบรมราชูปถัมภ์ว่าในวันศุกร์ที่ 3 กุมภาพันธ์ 2555 ที่จะถึงนี้ ตั้งแต่เวลา 17.00 น.เป็นต้นไป</p>
<p>จะมีงาน “เตรียมอุดม 75 ปี&#8230;มีตำนาน” ที่บริเวณสนามฟุตบอลของโรงเรียน โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อให้นักเรียนเก่าทุกรุ่น รวมทั้งรุ่นปัจจุบันด้วย มาร่วมพบปะสังสรรค์ เพื่อรำลึกถึงพระคุณครูบาอาจารย์และพระคุณของโรงเรียนแห่งนี้</p>
<p>จึงขอความร่วมมือให้ทีมงานซอกแซกช่วยลงประชาสัมพันธ์ให้ด้วย</p>
<p>หัวหน้าทีมซอกแซกพิจารณาแล้วเห็นว่าในฐานะที่ตัวเองเป็นศิษย์เก่าคนหนึ่ง และได้รับความกรุณาจากครูบาอาจารย์ของโรงเรียนเตรียม-อุดมศึกษาอย่างมากมาย เหลือเกินในอดีตกาล อันเป็นพระคุณที่หาที่สุดมิได้ จึงควรที่จะเขียนตอบแทนพระคุณให้เต็มๆ คอลัมน์ไปเลย มิใช่ลงเพียงข่าวสั้นๆ ท้ายคอลัมน์เท่านั้น</p>
<p>นอกจากนี้ โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาในปัจจุบันก็ยังคงรักษามาตรฐานการเรียนต่างๆเอาไว้ ได้อย่างน่ายกย่อง&#8230;ยังคงเป็นโรงเรียนในระดับแนวหน้าของประเทศ ที่ผู้คนส่วนมากมีความประสงค์จะส่งลูกหลานเข้าเรียน</p>
<p>หากจะนำเรื่องราวของโรงเรียนเตรียมอุดม-ศึกษามาเขียนถึง แม้ส่วนใหญ่จะหนักไปในทางเรื่องราวของอดีต ก็คงจะน่าสนใจไม่มากก็น้อย</p>
<p>ซึ่งเมื่อกลับไปค้นคว้าหาเรื่องราวแต่หนหลังมานั่งอ่านใหม่ ก็เห็นว่าประวัติและเรื่องราวของโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษานั้นน่าสนใจจริงๆ</p>
<p>เส้นทางเดินของโรงเรียนนี้  มิใช่ราบเรียบเหมือนโรยด้วยดอกกุหลาบเลยแม้แต่น้อย</p>
<p>ปูมประวัติของโรงเรียนบันทึกไว้ว่า โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาตั้งขึ้นและเริ่มดำเนินการเมื่อวันที่ 3 มกราคม 2480 โดยมติของสภาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในชื่อเต็มๆว่า “โรงเรียนเตรียม-อุดมศึกษาแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย”</p>
<p>โดยใช้โรงเรียนมัธยมหอวัง ซึ่งอยู่ใกล้ๆกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นสถานที่ตั้งโรงเรียน</p>
<p>มี ม.ล.ปิ่น มาลากุล เป็นผู้อำนวยการท่านแรกใน พ.ศ.ดังกล่าว นักเรียนเตรียมอุดมศึกษาเมื่อเรียนจบหลักสูตร 2 ปีแล้วก็สามารถที่จะเดินเข้าแถวไปยังจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพื่อทำพิธีมอบตัวเป็นนิสิตจุฬาฯ ได้เลย</p>
<p>จึงมีชื่อเรียกติดปากประชาชนทั่วไปว่า “โรงเรียนเตรียมจุฬาฯ” และใช้ “ตราพระเกี้ยว” เช่นเดียวกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย</p>
<p>นอกจากจะเป็นโรงเรียนสหศึกษาในระดับมัธยมปลายแห่งแรกของประเทศไทยแล้ว โรงเรียนเตรียมจุฬาฯยังได้ชื่อว่าเป็นโรงเรียนแรกที่จัดพิธีไหว้ครูโดยใช้คำ ประพันธ์ที่แต่งขึ้นใหม่เมื่อปี 2484 จนกลายเป็นประเพณีไหว้ครูของโรงเรียนทั่วประเทศจนถึงปัจจุบัน</p>
<p>ช่วงเวลาแห่งความสุขและความรุ่งเรืองของ ร.ร.เตรียมอุดม ในฐานะเตรียมจุฬาฯ ดำเนินไปอีกระยะหนึ่ง จนกระทั่งในปี 2484 เช่นกัน ก็ได้มีประกาศของคณะรัฐมนตรีผ่านวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย ให้มีการตั้งมหาวิทยาลัยเพิ่มขึ้นอีก และเนื่องจากโรงเรียนราษฎร์ได้จัดชั้นเตรียมอุดมศึกษาได้แล้ว ดังนั้น เมื่อมีพอเพียงแล้ว ก็ให้ยุบโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาของรัฐบาล</p>
<p>ทำให้บรรดาครูบาอาจารย์และนักเรียนเตรียมอุดมศึกษา ซึ่งเป็นโรงเรียนรัฐบาลด้วยวิตกกังวลอย่างยิ่ง เกรงว่าจะโดนยุบไปด้วย</p>
<p>แต่ก็มิได้มีการยุบโรงเรียนเตรียมอุดมเกิดขึ้นแต่ประการใด และพอดีเกิดสงครามและเกิดน้ำท่วมใหญ่ ทำให้ต้องปิดโรงเรียนที่ถนนพญาไทชั่วคราว เมื่อกองทหารญี่ปุ่นที่เดินทัพเข้าประ-เทศไทยได้เข้ามาตั้งกองกำลังไว้ที่ โรงเรียนเตรียม-อุดมศึกษาอีกแห่งหนึ่ง</p>
<p>ทำให้ต้องนำนักเรียนไปฝากเรียนที่โน่น ที่นี่หลายแห่ง หลายที่ และหลายๆ จังหวัด</p>
<p>ครั้นสงครามสิ้นสุดลงแล้วใน พ.ศ.2488 ทุกคนดีใจนึกว่าจะได้กลับเข้าโรงเรียนเสียที&#8230;ก็ปรากฏว่ารัฐบาลยุคนั้นกลับ ใช้บริเวณโรงเรียนเตรียมเป็นที่อยู่ของทหารและเชลยศึก และดูเหมือนว่าจะเป็นทหารกูรข่ากับทหารอังกฤษที่เคยเป็นเชลยศึก แต่เมื่อฝ่ายพันธมิตรชนะ ก็เลยเข้าอาศัยและพักอยู่ในโรงเรียนเตรียมอุดมอย่างมีความสุขไปอีกพักใหญ่ๆ</p>
<p>ทำให้บริเวณโรงเรียนเตรียมอุดมได้ชื่อว่าเป็นที่พักของทหารหลายๆชาติ ตั้งแต่ทหารญี่ปุ่นในสงครามโลก และทหารกูรข่าหลังสงครามโลกครั้งที่ 2</p>
<p>ในช่วงนี้นักเรียนเตรียมอุดม ซึ่งยังได้สิทธิในฐานะเตรียมจุฬาฯ ดูเหมือนจะโดนวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักว่า เหตุใดจึงผูกขาดเข้าจุฬาฯแต่เพียงโรงเรียนเดียว ขอให้โรงเรียนอื่นๆมีสิทธิเข้าจุฬาฯด้วย</p>
<p>จน พ.ศ. 2490 รัฐบาลจึงมีมติให้โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาหลุดจากจุฬาฯไปสังกัดกรมสามัญศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ</p>
<p>แต่ยังโชคดีที่ยังได้ที่เรียนดั้งเดิมอยู่ ณ บริเวณข้างๆ รั้วจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ไม่ต้องย้ายไปไหน</p>
<p>ม.ล.ปิ่น  มาลากุล  ได้บันทึกถึงเหตุการณ์ช่วงนี้ตอนหนึ่งว่า “โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ชื่อยาวนัก จึงได้เปลี่ยนเป็น โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา เฉยๆ แต่ พระเกี้ยวนั้นเป็นของสูง จะทิ้งกันได้อย่างไร โรงเรียนได้เก็บไว้เป็นเครื่องหมายรวมจิตใจของอาจารย์และนักเรียนจนกระทั่ง ทุกวันนี้”</p>
<p>แม้จะเป็น โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา เฉยๆ ดังกล่าวแล้ว แต่ด้วยชื่อเสียงที่สั่งสมไว้ ส่งผลให้ผู้ปกครองยังนิยมส่งบุตรหลานมาเล่าเรียน  ทำให้ต้องมีการสอบเข้า สมัครกันปีละหลายพันคนจากทั่วประเทศ แต่รับได้เพียง 500-600 คนเท่านั้น</p>
<p>หัวหน้าทีมซอกแซกมาสอบเข้าในปี 2501 เป็นรุ่นที่ 21 ผ่านไป 54 ปีแล้วนะเนี่ย ทำเป็นเล่นไป</p>
<p>เอา เถอะ 75 ปีของโรงเรียน&#8230;ช่วงต้นๆ ค่อนข้างมีความสุขและต่อมาระยะหนึ่งก็เริ่มเป็นทุกข์ไม่น้อย แต่จาก พ.ศ. 2501 ที่หัวหน้าทีมเข้าเรียนก็พบว่ามีความสุขตามสมควร ไม่มีความทุกข์อีกเลย</p>
<p>ชื่อเสียงของโรงเรียนยังคงเป็นที่ยอมรับของพี่น้องชาวไทยทั่วประเทศตราบเท่าทุกวันนี้</p>
<p>ขอขอบพระคุณบูรพคณาจารย์ผู้บุกเบิกและต่อสู้เพื่อเตรียมอุดมทุกท่านไว้ ณ ที่นี้อีกครั้งหนึ่ง</p>
<p>พร้อมกับขอเชิญลูกศิษย์ลูกหาทุกรุ่น (รุ่น 1 ยังมีใครอยู่บ้างหนอ?) ไปร่วมงานในวันศุกร์ที่ 3 ก.พ.นี้ เวลา 17.00 น. ที่สนามโรงเรียนเตรียม-อุดมศึกษาอย่างพร้อมเพรียงนะครับ</p>
<p>ฝ่ายประชาสัมพันธ์แจ้งว่า จะมีการตกแต่งบริเวณโรงเรียนและจัดนิทรรศการระลึกความหลังตลอด 75 ปี ให้ซึมซับบรรยากาศกันอย่างเต็มอิ่ม</p>
<p>จองบัตรจองโต๊ะกันได้ที่ 0-2252-2325, 0-2255-5880 และ 08-5326-6996 ตั้งแต่บัดนี้.<br />
<span style="color: #99cc00;"><strong>“ซูม”</strong></span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.zoomzogzag.com/2012/01/75-%e0%b8%9b%e0%b8%b5-%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%b8%e0%b8%94%e0%b8%a1%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%99/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เชียงใหม่ซาฟารี 2555</title>
		<link>http://www.zoomzogzag.com/2012/01/%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%8b%e0%b8%b2%e0%b8%9f%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b5-2555/</link>
		<comments>http://www.zoomzogzag.com/2012/01/%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%8b%e0%b8%b2%e0%b8%9f%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b5-2555/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 22 Jan 2012 16:57:22 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ซอกแซกล่าสุด]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.zoomzogzag.com/?p=466</guid>
		<description><![CDATA[เมื่อปลายสัปดาห์ที่แล้วหัวหน้าทีมซอกแซกมีโอกาสแวบขึ้นไปแอ่วเวียงพิงค์ เชียงใหม่ มาอีกคำรบหนึ่งครับ ความจริงจะต้องไปทำธุระปะปังอะไรบางสิ่งบางอย่าง แต่ด้วยวิสัยของคนชอบซอกแซก เมื่อมีจังหวะก็อดมิได้ที่จะแวบไปดูโน่นดูนี่ เพื่อเก็บความทรงจำและรายละเอียดมาฝากท่านผู้อ่าน ดังที่เคยปฏิบัติมา ความทรงจำแรกที่ต้องรายงานก่อนอะไรทั้งหมดก็คือ อุณหภูมิครับ&#8230;เป็นช่วงจังหวะที่เชียงใหม่กลับมาหนาวเย็นอีกรอบ อุณหภูมิทั่วๆไปในตัวอำเภอเมืองช่วงใกล้ๆ เที่ยงคืนดูเหมือนจะอยู่ราวๆ 13-14 องศาฯ เย็นเยือกพอสมควรอยู่แล้ว เผอิญ หัวหน้าทีมขึ้นไปสังสรรค์กับเพื่อนพ้องบนยอดดอยแห่งหนึ่งระหว่างเส้นทางไป สู่อำเภอสะเมิง เห็นปรอทลดลงมาเหลือแค่ 9 องศาเซลเซียส ตอนราวๆตี 1 ด้วยตาตนเอง คางสั่นหงึกๆ ไปเลยละครับ&#8230;แต่ก็เป็นการสั่นอย่างมีความสุขตามประสาคนชอบอากาศหนาวมากกว่าอากาศร้อน สำหรับความทรงจำที่คงจะต้องเขียนถึงยาว หน่อยงวดนี้เพราะได้เห็นการปรับปรุงเปลี่ยนแปลง และได้เห็นความทุ่มเทเอาใจใส่ของผู้บริหารคนใหม่ ที่พยายามนำของใหม่ๆและแนวคิดใหม่มาเสริม &#8230;ก็เห็นจะเป็นสวนสัตว์เปิด “เชียงใหม่ไนท์ซาฟารี” นั่นแหละครับ เมื่อตอนเขียนถึงงานราชพฤกษ์ ครั้งที่ 1 เมื่อ 4-5 ปีก่อน หัวหน้าทีมซอกแซกได้เขียนถึง &#8230; <a href="http://www.zoomzogzag.com/2012/01/%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%8b%e0%b8%b2%e0%b8%9f%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b5-2555/">Continue reading <span class="meta-nav">&#8594;</span></a>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>เมื่อปลายสัปดาห์ที่แล้วหัวหน้าทีมซอกแซกมีโอกาสแวบขึ้นไปแอ่วเวียงพิงค์ เชียงใหม่ มาอีกคำรบหนึ่งครับ</p>
<p>ความจริงจะต้องไปทำธุระปะปังอะไรบางสิ่งบางอย่าง แต่ด้วยวิสัยของคนชอบซอกแซก เมื่อมีจังหวะก็อดมิได้ที่จะแวบไปดูโน่นดูนี่ เพื่อเก็บความทรงจำและรายละเอียดมาฝากท่านผู้อ่าน ดังที่เคยปฏิบัติมา</p>
<p>ความทรงจำแรกที่ต้องรายงานก่อนอะไรทั้งหมดก็คือ อุณหภูมิครับ&#8230;เป็นช่วงจังหวะที่เชียงใหม่กลับมาหนาวเย็นอีกรอบ</p>
<p>อุณหภูมิทั่วๆไปในตัวอำเภอเมืองช่วงใกล้ๆ เที่ยงคืนดูเหมือนจะอยู่ราวๆ 13-14 องศาฯ เย็นเยือกพอสมควรอยู่แล้ว</p>
<p>เผอิญ หัวหน้าทีมขึ้นไปสังสรรค์กับเพื่อนพ้องบนยอดดอยแห่งหนึ่งระหว่างเส้นทางไป สู่อำเภอสะเมิง เห็นปรอทลดลงมาเหลือแค่ 9 องศาเซลเซียส ตอนราวๆตี 1 ด้วยตาตนเอง</p>
<p>คางสั่นหงึกๆ ไปเลยละครับ&#8230;แต่ก็เป็นการสั่นอย่างมีความสุขตามประสาคนชอบอากาศหนาวมากกว่าอากาศร้อน</p>
<p>สำหรับความทรงจำที่คงจะต้องเขียนถึงยาว หน่อยงวดนี้เพราะได้เห็นการปรับปรุงเปลี่ยนแปลง และได้เห็นความทุ่มเทเอาใจใส่ของผู้บริหารคนใหม่ ที่พยายามนำของใหม่ๆและแนวคิดใหม่มาเสริม &#8230;ก็เห็นจะเป็นสวนสัตว์เปิด “เชียงใหม่ไนท์ซาฟารี” นั่นแหละครับ</p>
<p>เมื่อตอนเขียนถึงงานราชพฤกษ์ ครั้งที่ 1 เมื่อ 4-5 ปีก่อน หัวหน้าทีมซอกแซกได้เขียนถึง เชียงใหม่ไนท์ซาฟารี ไว้ด้วยเช่นกัน เพราะช่วงนั้นผู้บริหาร หรือ ซีอีโอ ใหญ่สุดก็คือ ดร.ปลอด-ประสพ สุรัสวดี เพื่อนเก่าคนหนึ่งของหัวหน้าทีม ที่เคยร่วมงานพัฒนาชนบทมาด้วยกันหลายปี ตั้งแต่ยังเป็นข้าราชการซีเล็กๆด้วยกันทั้งคู่</p>
<p>ไปคราวนี้ทราบว่าซีอี โอคนใหม่ซึ่งเป็นคนที่ 6 แล้ว ได้แก่ ดร.ศราวุฒิ ศรีศกุน ลูกชายของเพื่อนที่เคยดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดมาหลายจังหวัด และเคยทำงานพัฒนาชนบทมาด้วยกันอีกราย&#8230;ก็เลยอยากจะไปดูฝีไม้ลายมือบริหาร จัดการของเจ้าหลานชายว่าเป็นอย่างไรบ้าง</p>
<p>พอดีมีเวลาว่างช่วงบ่ายๆ เย็นๆ ก่อนขึ้นเครื่องบินกลับกรุงเทพฯอยู่ 2-3 ชั่วโมง หัวหน้าทีม จึงสามารถกลับไปนั่งรถพ่วงตะลุยรอบ “เชียงใหม่ ซาฟารี ได้อีกเป็นคำรบ 2 ซึ่งห่างจากคำรบที่แล้วไม่น้อยกว่า 4 ปี</p>
<p>ความเปลี่ยนแปลงที่เห็นได้ ชัดเจนก็คือ จาก ไนท์ซาฟารี ที่เคยเปิดบริการนำชมสัตว์ในช่วงคํ่าและกลางคืนเท่านั้น ผู้บริหารใหม่ได้ เปลี่ยนแปลงเพิ่มรอบโดยจัดให้มี เดย์ซาฟารี หรือนำตระเวนดูสัตว์ภาคกลางวันเพิ่มขึ้น</p>
<p>เริ่มจากการจัดสร้างอาคาร ห้องอาหารที่สะอาดสะอ้านทันสมัย ใหญ่โตโอ่โถง สามารถนั่งรับประทานอาหารและมีสัตว์มาให้ดูใกล้ๆ เพียงแค่กระจกกั้นเพิ่มขึ้นมาอีก 1 อาคาร</p>
<p>เปิดบริการตั้งแต่11.00 น.ด้วยอาหารบุฟเฟ่ต์ สนนราคาเชียงใหม่คือหัวละ 139 บาท หรือหากจะสั่งเป็นอาหารจานพิเศษก็จะมีก๋วย– เตี๋ยวต่างๆ เช่น ราดหน้า ผัดซีอิ๊ว ผัดไทย ในสนนราคาเชียงใหม่เช่นกัน แต่รสชาติจัดอยู่ในระดับประเทศ โดยเฉพาะราดหน้าปลากระพง เป็นเมนูที่หัวหน้าทีมซอกแซก ขออนุญาตแนะนำ</p>
<p>กินไปนั่งดูเสือขาวไป ซึ่งมีเหลืออยู่ในโลกนี้แค่ 300 ตัว แต่มาอยู่ใกล้ๆท่าน 1 ตัว&#8230;นับว่าได้อารมณ์ไม่น้อยทีเดียว</p>
<p>จะให้ดีสั่งกาแฟพิเศษสัญลักษณ์ของห้องอาหารมาแกล้มด้วย ก็จะทำให้มื้อกลางวันที่ร้านอาหาร “ยีราฟ” ที่สร้างขึ้นใหม่ได้รสชาติครบถ้วน</p>
<p>อิ่มหมีพีมันแล้ว บ่าย 2 โมง ก็เข้าไปดูสัตว์ ได้เลย เพราะจะมีโซนเดินดูที่เขาเปิดก่อน&#8230;จากนั้นบ่าย 3 โมงจะมีรถวิ่งเข้าสู่เขตซาฟารีทั้ง 2 โซน ใช้เวลาประมาณชั่วโมงเศษๆ ก็จะดูได้ครบถ้วน</p>
<p>เสน่ห์ของ “เดย์ซาฟารี” ก็คือ การเห็นสัตว์ทุกชนิดอย่างใกล้ชิด และถ้าซื้ออาหารสัตว์ที่เขาจัดไว้ติดมือไปด้วย ก็สามารถป้อนใส่ปากสัตว์ บางชนิด เช่น ยีราฟได้อย่างชนิดยื่นมือไปถึงลิ้นได้เลย ดังตัวอย่างที่เห็นในภาพประกอบวันนี้</p>
<p>ทุกวันนี้มีสัตว์ในสวนสัตว์ เนื้อที่ 819 ไร่แห่งนี้ ถึง 136 ชนิด ประมาณ 1,700 ตัว โดยเฉพาะสัตว์ที่หาดูยาก ไล่ตั้งแต่ม้าลาย จิงโจ้แดง ไปจนถึงบรรดาสัตว์นักล่า เช่น เสือโคร่งขาว สิงโต ไฮยีน่าลายจุด จะมาเดินเพ่นพ่านให้เห็นทั้งไกลและใกล้ไปตลอดเส้นทาง</p>
<p>แต่สำหรับผู้ ที่ยังชอบบรรยากาศคํ่าคืน ก็ยังสามารถนั่งรถตระเวนดูแบบ “ไนท์ซาฟารี” ได้ และจะมีการประดับไฟที่สะสวยให้บรรยากาศไปอีกแบบหนึ่ง</p>
<p>โดยเฉพาะในช่วงกลางคืน ยังคงมี นํ้าพุ ดนตรี และการแสดงโชว์ต่างๆ เช่น คาบาเร่ต์ และเต้นรำแบบแอฟริกา  ให้ดูเป็นรอบๆเหมือนเช่นเคย</p>
<p>ไม่เพียงเท่านั้น เขายังมีมุมให้อาหารสัตว์ให้บริการขึ้นขี่ช้าง บริการถ่ายรูปกับสัตว์ ฯลฯ เพื่อสร้างความสุขแก่ผู้ไปเที่ยวชมแบบครบวงจร</p>
<p>รวมทั้งบริการใหม่ล่าสุด ใครจะพักค้างคืนเขาก็มีห้องพัก มีแคมป์ ที่นอนได้ 10 กว่าคน ถึง 20 หลัง แถมด้วยบ้านพักสไตล์รีสอร์ตอีก 23 ห้อง&#8230;นอนค้างคืนฟังเสียงสัตว์ร้องตามอัธยาศัย</p>
<p>จากการปรับปรุงและ เพิ่มบริการใหม่ๆส่งผลให้ยอดผู้เข้าชมเพิ่มขึ้นอย่างทันตาเห็นในช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา&#8230;จากที่เคยร่อแร่เหลือวันละ 500-600 คน พรวดไปถึงวันละ 1,000-1,500 คน ในระยะหลังๆ และจะสูงถึง 3,000 คน ในวันหยุด</p>
<p>แน่นอนส่วนหนึ่งก็คือ ลูกค้าระดับเด็กๆที่จะมาดูชมและมาเรียนรู้เรื่องราวของสัตว์ด้วยความสนใจและตื่นเต้น</p>
<p>ใครจะขึ้นไปเชียงใหม่ในช่วงนี้อย่าลืมแวะไป “เชียงใหม่ ซาฟารี” ด้วยละกัน จะ “ไนท์” หรือ “เดย์” ก็สุดแต่ความสะดวกของท่าน หรือจะค้างคืนก็ได้ (โปรดสอบถามที่หมายเลข 0-5399-9088-9 หรือ 08-6673-5959 เสียก่อน จะได้รับความสะดวกเพิ่มขึ้น)</p>
<p>เผื่อจะมีโอกาสเก็บความประทับใจ หรือความทรงจำที่ดีเล็กๆน้อยๆติดตัวกลับมาอีกหนึ่ง อย่าง นอกเหนือจากการไปเยี่ยมชมงาน “ราช-พฤกษ์” ที่น่าเยี่ยมและน่าชมอยู่แล้ว</p>
<p>ซึ่งทั้ง 2 แห่งก็อยู่ใกล้ๆกันนั่นแหละครับ จอดรถแล้วเดินไปมาหาสู่กันได้เลยด้วยซํ้าไป.<br />
<span style="color: #99cc00;"><strong>“ซูม”</strong></span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.zoomzogzag.com/2012/01/%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%8b%e0%b8%b2%e0%b8%9f%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b5-2555/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ซอกแซกบีโอไอแฟร์</title>
		<link>http://www.zoomzogzag.com/2012/01/%e0%b8%8b%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b9%81%e0%b8%8b%e0%b8%81%e0%b8%9a%e0%b8%b5%e0%b9%82%e0%b8%ad%e0%b9%84%e0%b8%ad%e0%b9%81%e0%b8%9f%e0%b8%a3%e0%b9%8c/</link>
		<comments>http://www.zoomzogzag.com/2012/01/%e0%b8%8b%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b9%81%e0%b8%8b%e0%b8%81%e0%b8%9a%e0%b8%b5%e0%b9%82%e0%b8%ad%e0%b9%84%e0%b8%ad%e0%b9%81%e0%b8%9f%e0%b8%a3%e0%b9%8c/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 15 Jan 2012 10:03:51 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ท่องเที่ยว]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.zoomzogzag.com/?p=462</guid>
		<description><![CDATA[อย่างที่หัวหน้าทีมเกริ่นเอาไว้เมื่อ 2 วันก่อนนั่นแหละครับว่า วันอาทิตย์นี้ จะไปซอกแซกงาน “บีโอไอแฟร์ 2011” ที่อิมแพค เมืองทองธานี&#8230;งานใหญ่มากงานหนึ่งของประเทศไทยที่ควรจะจัดตั้งแต่ปลายปีก ลาย แต่เจอพิษของมหาอุทกภัยเข้าจึงต้องเลื่อนมาจัดต้นปีนี้แทน ภาพรวม และความโดดเด่นตลอดจนความสำคัญของงานนี้ หัวหน้าทีมซอกแซกได้เขียนเกริ่นเอาไว้แล้ว&#8230;เพราะฉะนั้นวันนี้เรามาเจาะลึก เข้าสู่ศาลา หรือ “พาวิเลียน” ต่างๆ สัก 5-6 ศาลาเพื่อเป็นหนังตัวอย่างก็แล้วกัน เรามาเริ่มเข้าสู่งานและเดิน เข้าสู่ศาลาแรก หรือพาวิเลียนแรกกันเลยครับ ขอบอกว่าพาวิเลียนนี้พลาดไม่ได้เด็ดขาด ชื่อ “ศาลาศรัทธาศรม” หรือ Royal Pavilion ซึ่งเป็นศาลาที่จัดขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนม พรรษา 7 รอบ 5 ธันวาคม 2554 อันเป็นวัตถุประสงค์หลักของงานบีโอไอแฟร์ครั้งนี้ ทั้งหมดเป็นการนำ &#8230; <a href="http://www.zoomzogzag.com/2012/01/%e0%b8%8b%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b9%81%e0%b8%8b%e0%b8%81%e0%b8%9a%e0%b8%b5%e0%b9%82%e0%b8%ad%e0%b9%84%e0%b8%ad%e0%b9%81%e0%b8%9f%e0%b8%a3%e0%b9%8c/">Continue reading <span class="meta-nav">&#8594;</span></a>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>อย่างที่หัวหน้าทีมเกริ่นเอาไว้เมื่อ 2 วันก่อนนั่นแหละครับว่า วันอาทิตย์นี้ จะไปซอกแซกงาน “บีโอไอแฟร์ 2011” ที่อิมแพค เมืองทองธานี&#8230;งานใหญ่มากงานหนึ่งของประเทศไทยที่ควรจะจัดตั้งแต่ปลายปีก ลาย แต่เจอพิษของมหาอุทกภัยเข้าจึงต้องเลื่อนมาจัดต้นปีนี้แทน</p>
<p>ภาพรวม และความโดดเด่นตลอดจนความสำคัญของงานนี้ หัวหน้าทีมซอกแซกได้เขียนเกริ่นเอาไว้แล้ว&#8230;เพราะฉะนั้นวันนี้เรามาเจาะลึก เข้าสู่ศาลา หรือ “พาวิเลียน” ต่างๆ สัก 5-6 ศาลาเพื่อเป็นหนังตัวอย่างก็แล้วกัน</p>
<p>เรามาเริ่มเข้าสู่งานและเดิน เข้าสู่ศาลาแรก หรือพาวิเลียนแรกกันเลยครับ ขอบอกว่าพาวิเลียนนี้พลาดไม่ได้เด็ดขาด ชื่อ “ศาลาศรัทธาศรม” หรือ Royal Pavilion ซึ่งเป็นศาลาที่จัดขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนม พรรษา 7 รอบ 5 ธันวาคม 2554 อันเป็นวัตถุประสงค์หลักของงานบีโอไอแฟร์ครั้งนี้</p>
<p>ทั้งหมดเป็นการนำ เสนอโครงการตามแนวพระราชดำริในส่วนของการพัฒนา ดิน น้ำ ป่า ผสมผสานกับการใช้ชีวิตของผู้คนกับสิ่งแวดล้อมอย่างครบถ้วน โดยใช้เทคนิคทันสมัย บางขณะอาจมีต้นไม้ต้นใหญ่ทอดต้นลงมาจากกลางอากาศ และบางช่วงก็อาจมีสายฝนโปรยปรายมาด้วย  เป็นสายฝนจริงๆ แล้วก็เปียกจริงๆ แบบพรมน้ำมนต์</p>
<p>ที่ซาบซึ้งมากก็คือ โรงภาพยนตร์ขนาดเล็กแต่จอภาพใหญ่ถ่ายทอดเรื่องราวพระวิริยะอุตสาหะ ของในหลวงของเราที่ทรงอุทิศพระวรกายเพื่อพสกนิกรผ่านการวาดภาพด้วยเม็ดทราย ของศิลปินระดับโลก มิส คเซนนิยา ซิโมโนวา จากยูเครน เคลียคลอด้วยเพลงพระราชนิพนธ์สายฝนที่บรรจงบรรเลงใหม่&#8230; ดูแล้วอยากจะดูซ้ำอีกอย่างแน่นอนสำหรับภาพยนตร์พิเศษชุดนี้&#8230;</p>
<p>พาวิเลียนต่อไปที่ทีมงานซอกแซกขอแนะนำได้แก่ อาคารแสดงหรือศาลาของ “เครือซิเมนต์ไทย” หรือ เอสซีจี ซึ่งติดอันดับ 1 ใน 3 ของศาลาที่แฟนๆ ไปเข้าคิวดูชมมากที่สุด และหากต้องรอบ้าง (ประมาณชั่วโมงเศษแล้วขณะนี้) ก็ขออย่าได้ท้อถอยเพราะเข้าไปข้างในแล้วสุดคุ้มจริงๆ</p>
<p>นอกจากการนำ เสนอเรื่องราวของโลกที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างมากมาย และภัยพิบัติที่คาดไม่ถึงที่เกิดขึ้นบ่อยเหลือเกิน ผ่านจอ 360 องศาและเทคโนโลยี 4 มิติ แล้วยังจะมีโอกาสได้ทดสอบบ้านรองรับแผ่นดินไหว ขนาด 7.2 ริกเตอร์ ที่เขาจำลองการเขย่าได้อย่างเหมือนจริงอีกด้วยถ้าคุณกล้าพอ</p>
<p>ที่น่าสนใจอื่นๆ ก็มีห้องสำหรับผู้สูงอายุ, กล่องพักอาศัยที่สามารถมุดเข้าพักได้อย่างสะดวก หากเกิดอุทกภัยหรือภัยพิบัติต่างๆมาเยือน รวมทั้งผนังปูนโปร่งแสงผลิตภัณฑ์ใหม่ของ SCG</p>
<p>ไปศาลาที่ 3 กันเลยครับ&#8230;นี่ก็เป็นอีกพาวิเลียนหนึ่งที่ดังติดอันดับงานนี้ ศาลาของ บริษัทน้ำมัน อพอลโล (ไทย) จำกัด หรือเรียกกันสั้นๆ ว่า</p>
<p>“อพอลโล” ซึ่งจะมีแฟนๆไปเข้าคิวยาวเหยียด</p>
<p>จุดเด่นของศาลานี้คือ การนำผู้ชม ซึ่งสมมติเป็นนักเดินทางดำดิ่งลงสู่ใต้พิภพ เพื่อเรียนรู้เรื่องราวต่างๆของน้ำมันดิบและความเป็นมาของโลก&#8230;ด้วย ลีลาสั่นสะเทือนและเขย่าขวัญตั้งแต่ต้นจนจบ  ก่อนเข้าโปรดสังเกตป้ายให้ดีๆซะก่อน  เขาห้าม<br />
หญิงมีครรภ์กับผู้ป่วยโรคหัวใจเข้าครับ พาวิเลียนนี้</p>
<p>สำหรับ ศาลาที่ 4 ที่ทีมงานซอกแซกมีโอกาสเยี่ยมชม ได้แก่ ศาลาของ บริษัท ปตท.จำกัด มหาชน ซึ่งก็ต้องบอกว่าประทับใจอีกนั่นแหละ เพราะ ปตท.เขาพาไปค้นหาแหล่งปิโตรเลียมผ่านระบบ 4 มิติ พร้อมเอฟเฟกต์ที่ตื่นตาตื่นใจตั้งแต่ห้องแรกถึงห้องสุดท้าย โดยเฉพาะบางช่วงบางตอนอาจมีไดโนเสาร์พุ่งจากจอเข้าหาตัวเราบ้าง ก็อย่าตกอกตกใจเพราะเป็นเพียงภาพลวงตาเท่านั้นเอง</p>
<p>ศาลาต่อไป ศาลา กระทิงแดง ครับ มีการแสดงที่เรียกแฟนๆได้มากทุกๆ 1 ชั่วโมง นั่นก็คือ  การลอยตัวขึ้นสู่ท้องฟ้าแบบผาดโผนของนักกายกรรมระดับโลกที่ดูแล้วเหมือนคน เหาะได้&#8230;</p>
<p>ส่วนข้างในถ้าคุณเป็นแฟนการแข่งรถสูตร 1 หรือ “ฟอร์มูล่า 1” ต้องชอบแน่ๆ เพราะเขาเอารถสูตร 1 คันที่ เซบาสเตียน เวทเทล ขับได้แชมป์โลก 2 ปีซ้อนมาให้ดูครับ รวมทั้งเสื้อที่เวทเทลสวมใส่&#8230;เสียดายที่เขาใส่ตู้ไว้เรียบร้อย ไม่งั้นอาจได้กลิ่นเหงื่อโชยออกมาแน่นอน</p>
<p>ไปที่ศาลา ซีพี หรือ เครือเจริญโภคภัณฑ์ ต่อเลยครับ&#8230;นี่ก็เป็นอีก 1 ศาลาที่มีผู้คนไปรอคอยแน่นขนัดเพื่อสัมผัสกับความภูมิใจในฐานะที่ประเทศไทย ของเราเป็นผู้ผลิตอาหารเลี้ยงโลกรายใหญ่&#8230;จากอาหารสำเร็จรูปที่รับประทาน ง่ายๆ ไปจนถึงอาหารที่ขึ้นไปตั้งบนโต๊ะอันโอ่อ่าของโรงแรมใหญ่ๆ หรือคฤหาสน์ใหญ่ที่ต่างประเทศ</p>
<p>ความเป็นมหาอำนาจทางการเกษตรของประเทศ ไทยได้รับการสรุปเป็นภาพยนตร์สั้นๆ เรื่อง “ประเทศไทยแผ่นดินแห่งโอกาสใต้ร่มพระบารมี” ซึ่งเป็นภาพยนตร์ที่ทำได้ประทับใจมาก เสียงเพลงประกอบโดย แอ๊ด คาราบาว ก็ไพเราะกินใจและเร้าใจตั้งแต่ต้นจนจบ</p>
<p>ขอส่งท้ายด้วยศาลาของ โตโยต้ามอเตอร์ ที่มาพร้อมกับ หุ่นยนต์แห่งโลกอนาคต ซึ่งสามารถสีไวโอลินประสานกับเสียงขลุ่ยของสาวน้อยชาวไทยจากวงซียูแบนด์ได้ อย่างกลมกลืน พร้อมกับยานพาหนะแบบพกพา ซึ่งเป็นลูกล้อ 2 ล้อขนาดเบาที่มนุษย์สามารถขึ้นไปยืนขับขี่เคลื่อนไปไหนต่อไหนได้อย่างสะดวก ซึ่งจะเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ของโตโยต้าในอีกไม่นานนัก</p>
<p>อีกจุดเด่นที่ไม่ ควรพลาดคือ การจำลองโลกอนาคต ซึ่งจะต้องบริหารการใช้พลังงานกับชีวิตมนุษย์ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด ผ่านระบบโครงข่าย “พลังงานอัจฉริยะ”&#8230;ที่โตโยต้านำเสนอได้อย่างตื่นตาตื่นใจจนอยากให้วันเช่น ว่านี้มาถึงเร็วๆ</p>
<p>น่าเสียดายที่เนื้อที่หมดเสียแล้ว คงจะเขียนแนะนำได้เพียงเท่านี้แหละครับ&#8230;เอาเป็นว่าทุกศาลาทุกพาวิเลียน ล้วนน่าดูน่าชม และมีเสน่ห์อยู่ในตัวเองทั้งสิ้น เห็นศาลาไหนว่างก็เข้าศาลานั้นได้เลย</p>
<p>งานเขาจะเริ่มตั้งแต่ 10 โมงเช้าถึง 4 ทุ่มทุกวัน&#8230;ไปวันธรรมดาๆ น่าจะสะดวกที่สุดเพราะผู้คนจะแน่นน้อยหน่อยและรถ ราอาจจะไม่ติดมาก&#8230; งานจะมีจนถึงวันศุกร์ที่ 20 มกราคมนี้เท่านั้น ขณะนี้มีข่าวว่าอาจจะมีต่ออีก 2-3 วัน&#8230;แต่อย่าเพิ่งรอเลย&#8230; รีบๆ ไปดูกันซะก่อนดีกว่า</p>
<p>สำหรับท่านที่จะเดินทางไปเป็นกลุ่มหรือหมู่ คณะตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป โดยเฉพาะสถาบันการศึกษาหรือองค์กรต่างๆที่อยู่ต่างจังหวัด ติดต่อได้ที่หมายเลข 08-7993-4593 และ 0-2553-8100 หรือที่ 08-5152-8763 โดยด่วน</p>
<p>ท่านอาจจะได้รับบริการ “พิเศษ” มีเจ้าหน้าที่มาต้อนรับหรือประสานการนำชม นำเที่ยวอย่างคาดไม่ถึง&#8230;ลองครับ ลองโทรศัพท์ไปที่เบอร์ต่างๆเหล่านี้ดู.<br />
<strong>“ซูม”</strong></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.zoomzogzag.com/2012/01/%e0%b8%8b%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b9%81%e0%b8%8b%e0%b8%81%e0%b8%9a%e0%b8%b5%e0%b9%82%e0%b8%ad%e0%b9%84%e0%b8%ad%e0%b9%81%e0%b8%9f%e0%b8%a3%e0%b9%8c/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>สมโภช &#8220;175 ปี&#8221;งานใหญ่วัดบวรฯ</title>
		<link>http://www.zoomzogzag.com/2012/01/%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b9%82%e0%b8%a0%e0%b8%8a-175-%e0%b8%9b%e0%b8%b5%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%8d%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%9a%e0%b8%a7%e0%b8%a3%e0%b8%af/</link>
		<comments>http://www.zoomzogzag.com/2012/01/%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b9%82%e0%b8%a0%e0%b8%8a-175-%e0%b8%9b%e0%b8%b5%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%8d%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%9a%e0%b8%a7%e0%b8%a3%e0%b8%af/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 08 Jan 2012 04:51:58 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[สาระน่ารู้]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.zoomzogzag.com/?p=457</guid>
		<description><![CDATA[ซอกแซกสัปดาห์นี้ขออนุญาตเชิญชวนท่านผู้อ่านเข้าวัดอีกสักครั้ง ประเดิมซอกแซกครั้งแรกสำหรับปี 2555 กันเลยทีเดียว เพื่อความเป็นสิริมงคล ที่สำคัญวัดที่ทีมงานซอกแซกขอเชิญชวนท่านผู้ อ่านไปเข้าชมเข้านมัสการและร่วมงานสมโภช ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า เป็นวัดเก่าแก่วัดหนึ่ง อีกทั้งยังเป็น 1 ใน 9 วัดศักดิ์สิทธิ์ของกรุงเทพมหานคร ที่ประชาชนนิยมไปกราบไหว้ช่วงเทศกาลปีใหม่ ในช่วงหลายๆ ปีที่ผ่านมา ได้แก่ วัดบวรนิเวศวิหาร ที่จะมีอายุครบ 175 ปี และจะมีงานสมโภชครั้งยิ่งใหญ่ตั้งแต่วันพุธที่ 11 มกราคมไปจนถึงวันอาทิตย์ที่ 15 มกราคม 2555 นี้ วัดบวรฯ เป็นวัดโบราณ เดิมชื่อ “วัดใหม่”  ต่อมากรมพระราชวังบวรมหาศักดิพลเสพ ในรัชกาลที่ 3 ทรงสถาปนาขึ้นใหม่ และทรงเปลี่ยนชื่อเป็น วัดบวรนิเวศวิหาร นับแต่นั้นมา &#8230; <a href="http://www.zoomzogzag.com/2012/01/%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b9%82%e0%b8%a0%e0%b8%8a-175-%e0%b8%9b%e0%b8%b5%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%8d%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%9a%e0%b8%a7%e0%b8%a3%e0%b8%af/">Continue reading <span class="meta-nav">&#8594;</span></a>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ซอกแซกสัปดาห์นี้ขออนุญาตเชิญชวนท่านผู้อ่านเข้าวัดอีกสักครั้ง ประเดิมซอกแซกครั้งแรกสำหรับปี 2555 กันเลยทีเดียว เพื่อความเป็นสิริมงคล</p>
<p>ที่สำคัญวัดที่ทีมงานซอกแซกขอเชิญชวนท่านผู้ อ่านไปเข้าชมเข้านมัสการและร่วมงานสมโภช ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า เป็นวัดเก่าแก่วัดหนึ่ง อีกทั้งยังเป็น 1 ใน 9 วัดศักดิ์สิทธิ์ของกรุงเทพมหานคร ที่ประชาชนนิยมไปกราบไหว้ช่วงเทศกาลปีใหม่ ในช่วงหลายๆ ปีที่ผ่านมา</p>
<p>ได้แก่ วัดบวรนิเวศวิหาร ที่จะมีอายุครบ 175 ปี และจะมีงานสมโภชครั้งยิ่งใหญ่ตั้งแต่วันพุธที่ 11 มกราคมไปจนถึงวันอาทิตย์ที่ 15 มกราคม 2555 นี้</p>
<p>วัดบวรฯ เป็นวัดโบราณ เดิมชื่อ “วัดใหม่”  ต่อมากรมพระราชวังบวรมหาศักดิพลเสพ ในรัชกาลที่ 3 ทรงสถาปนาขึ้นใหม่ และทรงเปลี่ยนชื่อเป็น วัดบวรนิเวศวิหาร นับแต่นั้นมา</p>
<p>เมื่อรัชกาลที่ 4 พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้า เจ้าอยู่หัวทรงผนวช ได้เสด็จมาประทับและทรงตั้งคณะสงฆ์ธรรมยุตติกนิกายขึ้น ณ วัดแห่งนี้</p>
<p>ต่อมาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ที่ 7 และรัชกาลปัจจุบันก็ได้ทรงผนวช ณ วัดบวร- นิเวศวิหาร จนถือเป็นวัดสำคัญยิ่งวัดหนึ่งของประเทศไทย</p>
<p>เมื่อกาลเวลาผ่านไปกว่า 170 ปี สิ่งปลูกสร้างต่างๆก็ย่อมจะเก่าลงเป็นของธรรมดา ด้วยเหตุนี้ สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก จึงทรงมีพระดำริให้ดำเนินการ ปฏิสังขรณ์ครั้งใหญ่เพื่อเฉลิมฉลองวโรกาสสำคัญๆหลายวโรกาสด้วยกัน</p>
<p>ได้แก่ วันครบ 200 ปีแห่งการพระราชสมภพพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 เมื่อ 18 ตุลาคม 2547 วันทรงครองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี 9 มิถุนายน 2549 ของพระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว และในโอกาสทรงเจริญพระชนมพรรษา 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 ฯลฯ เป็นต้น</p>
<p>เมื่อความทราบฝ่าละอองธุลีพระบาท พระบาท สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชศรัทธา  ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ในการ บูรณปฏิสังขรณ์ใหญ่ครั้งนี้อีกทั้งทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมรับโครงการบูรณะฯ วัดบวรนิเวศวิหาร ไว้ในพระบรมราชูปถัมภ์ด้วย</p>
<p>บัดนี้การบูรณปฏิสังขรณ์ในทุกภาคส่วนของ วัดบวรนิเวศวิหารแล้วเสร็จสมบูรณ์แล้ว พระพุทธรูป พระอุโบสถ พระวิหาร ศาลา ตลอดจนพระ ตำหนักที่ประทับต่างๆ ล้วนวิจิตรงดงาม เป็นที่ประทับใจและชื่นชมอย่างยิ่งของผู้พบเห็น</p>
<p>ประกอบกับในปีที่ ผ่านมาเป็นปีเฉลิมฉลอง 84 พรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และมาถึงต้นปีนี้ก็เป็นวาระครบ 175 ปี แห่งการสถาปนาวัดบวรนิเวศวิหาร คณะกรรมการวัดและคณะกรรมการบูรณปฏิสังขรณ์ จึงถือโอกาส อันเป็นมหามงคลนี้ จัดงานสมโภชขึ้นตามกำหนดเวลาที่แจ้งไว้ข้างต้น</p>
<p>ทั้งนี้ ในวันพฤหัสบดีที่ 12 มกราคม 2555 ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจาก สมเด็จ พระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินทรงบำเพ็ญพระราชกุศล สมโภชพระรัศมีทองคำลงยาราชาวดี พระพุทธชินสีห์ และสมโภชพระอารามที่บูรณปฏิสังขรณ์ครบถ้วนสมบูรณ์</p>
<p>สำหรับในอาณาบริเวณรอบๆวัดที่บูรณะเสร็จเรียบร้อยแล้วนั้น ประชาชนที่ไปร่วมงานสมโภช จะมีโอกาสได้ชื่นชมกับ ตำหนักคอย ท่าปราโมช ที่ประทับและทรงงานของสมเด็จพระญาณสังวรสมเด็จพระสังฆราช, พระปั้นหยา ที่ประทับพระมหากษัตริย์และเจ้าฟ้าที่ทรงผนวช ณ พระอารามนี้, พระตำหนักเพชร ที่ประดิษฐานพระบรมรูปหล่อด้วยปูนปลาสเตอร์ของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้า อยู่หัว, พลับพลาสมเด็จพระศรีสุริเยนทรา, ประตูเซี่ยวกาง, ศาลาจาน และ พลับพลาเปลื้อง เครื่อง เป็นต้น</p>
<p>ในส่วนของการไหว้พระและสิ่งมงคล สักการะก็มีถึง 9 แห่งด้วยกันภายในบริเวณพระอาราม ได้แก่ 1. ไหว้พระคู่บวร ณ พระอุโบสถ (พระสุวรรณเขต, พระพุทธชินสีห์, พระนิรันตราย, พระพุทธนินนาท) 2. บูชาพระไพรีพินาศ 3. ไหว้พระศรีศาสดา4. ไหว้พระพุทธรูปคู่พระบารมี ณ พระวิหารเก๋ง 5. พระพุทธรูปศิลา 6. พระพุทธรูปปางลีลา ณ ศาลาการเปรียญ  7. สักการะรอยพระพุทธบาทโบราณ ณ ศาลาพระพุทธบาท 8. ไหว้พระพุทธรูปโบราณที่ซุ้มปรางค์ด้านซ้ายพระอุโบสถ และ 9. ไหว้พระพุทธรูปโบราณที่ซุ้มปรางค์ด้านขวาพระอุโบสถ</p>
<p>นอกจากนี้ เพื่อให้การสมโภชยิ่งใหญ่และ เป็นไปตามพระราชประเพณีในสมัยก่อน คณะกรรมการจึงได้เชิญกรมศิลปากรให้จัดการแสดงนาฏศิลป์ชั้นสูง ซึ่งแสดงในพระราชพิธีสำคัญในราชสำนัก อาทิ โขน ตอนนารายณ์ปราบนนทุกข์, ตอนยกรบ ตลอดจนละครนอกเรื่องแก้วหน้าม้า และ ฯลฯ มาแสดงประกอบ</p>
<p>รวมทั้งจะมีการออกร้านจากร้านอาหารอร่อยย่านบางลำพูและย่านพระนคร ให้ทดลองลิ้มรสอีกด้วย</p>
<p>หัวหน้าทีมงานซอกแซกจะไปร่วมสมโภชด้วยแน่นอนครับ&#8230;ที่เขียนรายงานวันนี้หยิบยก มาจากถ้อยแถลงข่าวของ ท่านผู้หญิงบุตรี วีระไวทยะ รองราชเลขาธิการ ในฐานะกรรมการและเลขานุการฯ คณะบูรณปฏิสังขรณ์ เป็นส่วนใหญ่ จึงอยากจะไปเห็นด้วยตัวเองว่าวิจิตรงดงามเพียงใด</p>
<p>ประกอบกับทุกปีใหม่ ในช่วง 4-5 ปีมานี้ ทีมงานซอกแซกจะไปกราบขอพรจากพระพุทธรูป 3 องค์ ในวัดบวรฯ เสมอๆ&#8230;ได้แก่ พระสุวรรณเขต หรือหลวงพ่อโต องค์หลังสุดในพระอุโบสถ ที่สมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาศักดิพลเสพได้อัญเชิญมาจากวัดสระตะพาน จังหวัดเพชรบุรี ประดิษฐานเป็นพระประธานองค์แรกของวัด และ พระพุทธชินสีห์ (องค์หน้าในพระอุโบสถ) พระพุทธรูปสำคัญของหัวเมืองฝ่ายเหนือที่สร้างขึ้นพร้อม พระพุทธชินราช ที่สมเด็จพระบวรราชเจ้าฯอัญเชิญมาประดิษฐานเป็นพระประธานอีกองค์หนึ่ง</p>
<p>ส่วนองค์ที่ 3 ที่ทีมงานจะไปสักการะอย่างสมํ่าเสมอได้แก่ พระไพรีพินาศ และได้เคยนำมาเขียนรายงานไว้ในคอลัมน์นี้แล้วเมื่อปีกลาย 11-15 มกราคม ยังถือว่าเป็นช่วงขึ้นปีใหม่ อยู่ครับ ยังมีงานเลี้ยง ยังมีการส่ง ส.ค.ส. ส่งของขวัญกันอยู่ เพราะฉะนั้นการไปร่วมงานสมโภช วัดบวรฯดังกล่าวนี้ จึงถือเป็นการไปกราบพระในช่วงเทศกาลปีใหม่ได้เช่นกัน และจะยิ่งเป็น สิริมงคลมากขึ้น เมื่อเป็นการสมโภชครั้งใหญ่ที่นานๆ จะจัดขึ้นสักครั้งในกรุงรัตนโกสินทร์ ยุคปัจจุบัน.<br />
<strong>“ซูม”</strong></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.zoomzogzag.com/2012/01/%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b9%82%e0%b8%a0%e0%b8%8a-175-%e0%b8%9b%e0%b8%b5%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%8d%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%9a%e0%b8%a7%e0%b8%a3%e0%b8%af/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เทศน์มหาชาติ : มรดกไทยมรดกโลก</title>
		<link>http://www.zoomzogzag.com/2011/12/%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%a8%e0%b8%99%e0%b9%8c%e0%b8%a1%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%b4-%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%94%e0%b8%81%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b8%a1%e0%b8%a3/</link>
		<comments>http://www.zoomzogzag.com/2011/12/%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%a8%e0%b8%99%e0%b9%8c%e0%b8%a1%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%b4-%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%94%e0%b8%81%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b8%a1%e0%b8%a3/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 25 Dec 2011 08:19:12 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[สาระน่ารู้]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.zoomzogzag.com/?p=454</guid>
		<description><![CDATA[เมื่อวันพุธที่ผ่านมา ผมเขียนถึงงานฉลองวัดโพธิ์ หรือวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม เนื่องในโอกาสที่ได้รับการยกย่องจากยูเนสโกให้เป็น “มรดกความทรงจำแห่งโลก ประจำปี 2554” แจกแจงรายละเอียดให้ทราบว่าจะมีการแสดงการละเล่นและ อะไรๆ อีกหลายอย่างที่เป็นมรดกไทย&#8230;ที่คณะกรรมการจัดงานฉลองจะนำไปแสดงใน งานมรดกโลกครั้งนี้ หนึ่งในมรดกไทยที่ผมเอ่ยถึงและอยากจะนำมาเขียน อีกครั้งในวันนี้ ในคอลัมน์ซอกแซกประจำสัปดาห์นี้ ก็คือ การแสดง “ธรรมกัณฑ์เทศน์” หรือ “เทศน์มหาชาติ” ซึ่งเป็นประเพณีเก่าแก่ของประเทศไทยมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา ผมมีหลายๆ เหตุผลที่ตั้งใจจะเขียนเกี่ยวกับมรดกไทยชิ้นนี้&#8230;เหตุผลแรกเลยก็คือ คนเราพอแก่ตัวก็ย่อมคิดถึงความหลังเป็นธรรมดา&#8230;ผมไม่ได้ฟังเทศน์มหาชาติมาก ว่า 60 ปีแล้ว&#8230;ยังจำได้ว่าช่วงที่ตามยายไปฟังที่วัดข้างบ้านที่อำเภอบรรพตพิสัย นั้น อายุยังไม่เต็ม 10 ขวบเลยครับ บรรยากาศความคึกคักของศาลาวัดที่ ตกแต่งให้ดูเป็นป่าหิมพานต์ มีต้นไม้ กิ่งไม้ ตลอดจนต้นกล้วย ต้นอ้อย เขียวขจี ที่ประดับไฟฟ้าหลากสียังคง อยู่ในกล่องความทรงจำของสมองมาจนถึงบัดนี้ ผู้คนขวักไขว่เต็มศาลา &#8230; <a href="http://www.zoomzogzag.com/2011/12/%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%a8%e0%b8%99%e0%b9%8c%e0%b8%a1%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%b4-%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%94%e0%b8%81%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b8%a1%e0%b8%a3/">Continue reading <span class="meta-nav">&#8594;</span></a>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>เมื่อวันพุธที่ผ่านมา ผมเขียนถึงงานฉลองวัดโพธิ์ หรือวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม เนื่องในโอกาสที่ได้รับการยกย่องจากยูเนสโกให้เป็น “มรดกความทรงจำแห่งโลก ประจำปี 2554”</p>
<p>แจกแจงรายละเอียดให้ทราบว่าจะมีการแสดงการละเล่นและ อะไรๆ อีกหลายอย่างที่เป็นมรดกไทย&#8230;ที่คณะกรรมการจัดงานฉลองจะนำไปแสดงใน งานมรดกโลกครั้งนี้</p>
<p>หนึ่งในมรดกไทยที่ผมเอ่ยถึงและอยากจะนำมาเขียน อีกครั้งในวันนี้ ในคอลัมน์ซอกแซกประจำสัปดาห์นี้ ก็คือ การแสดง “ธรรมกัณฑ์เทศน์” หรือ “เทศน์มหาชาติ” ซึ่งเป็นประเพณีเก่าแก่ของประเทศไทยมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา</p>
<p>ผมมีหลายๆ เหตุผลที่ตั้งใจจะเขียนเกี่ยวกับมรดกไทยชิ้นนี้&#8230;เหตุผลแรกเลยก็คือ คนเราพอแก่ตัวก็ย่อมคิดถึงความหลังเป็นธรรมดา&#8230;ผมไม่ได้ฟังเทศน์มหาชาติมาก ว่า 60 ปีแล้ว&#8230;ยังจำได้ว่าช่วงที่ตามยายไปฟังที่วัดข้างบ้านที่อำเภอบรรพตพิสัย นั้น อายุยังไม่เต็ม 10 ขวบเลยครับ</p>
<p>บรรยากาศความคึกคักของศาลาวัดที่ ตกแต่งให้ดูเป็นป่าหิมพานต์ มีต้นไม้ กิ่งไม้ ตลอดจนต้นกล้วย ต้นอ้อย เขียวขจี ที่ประดับไฟฟ้าหลากสียังคง อยู่ในกล่องความทรงจำของสมองมาจนถึงบัดนี้</p>
<p>ผู้คนขวักไขว่เต็มศาลา ส่วนใหญ่เป็นคนแก่กับเด็กๆ แน่นอนสำหรับคนแก่ๆนั้นต่างก็ไปฟังอย่างตั้งอกตั้งใจและศรัทธา เพราะเชื่อว่าเทศน์มหาชาติเป็นเทศน์กัณฑ์ใหญ่ กล่าวถึงชาติสุดท้ายของพระพุทธเจ้า ก่อนที่จะทรงประสูติอีกครั้ง และทรงบรรลุนิพพานในชาติต่อมา</p>
<p>ฟังแล้วจะได้บุญได้กุศลมากกว่าเทศน์อื่นๆ ทั้งหลายทั้งปวง</p>
<p>แต่สำหรับเราเด็กๆ ไปฟังเพราะโดนปู่ย่าตายายบังคับเสียมากกว่า และก็มักจะไปนั่งหลับเป็นแถวๆ เพราะเทศน์มหาชาติมักเทศน์ตอนกลางคืน อันเป็นเวลานอนของเด็กๆ ทั่วไป</p>
<p>ผมเองในที่สุดก็หลับ แต่ก่อนหลับสามารถเก็บเกี่ยวอะไรต่อมิอะไรไว้ได้หลายอย่าง รวมทั้งท่วงทำนองลีลาการเทศน์ของพระ ซึ่งออกในทำนอง “แหล่” แบบเดียวกับเพลงแหล่ของ “พรภิรมย์” นั่นเอง</p>
<p>สำหรับเหตุผลที่ 2 เผอิญผมเคยไปกราบครูฝากเนื้อฝากตัวเป็นสมาชิกชมรมนักกลอนที่วัดพระเชตุพนฯ เมื่อประมาณปี 2502 ขณะเรียนอยู่ที่โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา</p>
<p>อ่านข่าวหนังสือพิมพ์พบว่า ชมรมนักกลอนแห่งประเทศไทยเขาจะมีพิธีไหว้ครูที่พระตำหนัก กรมสมเด็จ พระปรมานุชิตชิโนรส ซึ่งเป็น พระตำหนักอยู่ในวัดโพธิ์&#8230; ผมกับเพื่อนๆที่อยากจะเป็น นักเลงกลอนกับเขาบ้าง  จึงนั่งรถเมล์ รสพ.หมายเลข 1 ไปลงที่ท่าเตียนเดินเข้า วัดโพธิ์ในวันรุ่งขึ้น</p>
<p>กราบฝากเนื้อฝากตัวเป็นศิษย์ต่อหน้าพระฉายา ลักษณ์ของ กรมสมเด็จพระปรมานุชิตฯ สมเด็จพระสังฆราชในรัชกาลที่ 4 และกวีเอกของกรุงรัตน โกสินทร์ ที่ได้ทรงประพันธ์บทกวีต่างๆ ไว้มากมาย อาทิ “ลิลิตตะเลงพ่าย” เป็นต้น&#8230;มาเรียบร้อย</p>
<p>เมื่ออ่านในโปรแกรมที่คณะกรรมการจัดงานเฉลิม ฉลองวัดโพธิ์ส่งมาให้&#8230;ระบุว่าเทศน์มหาชาติกัณฑ์ต่างๆที่จะแสดงในครั้งนี้ ล้วนประพันธ์โดยพระองค์ท่านจึงรู้สึกตื่นเต้น อยากจะหาโอกาสไปฟังสักกัณฑ์หนึ่ง</p>
<p>หรือหากไม่มีโอกาสไปเพราะช่วงนี้ งานเข้าเหลือเกิน&#8230;ก็ไม่เป็นไร&#8230;ถือเสียว่าข้อเขียนซอกแซกสัปดาห์นี้เป็น การเขียนบูชาครู  บูชากวีผู้ยิ่งใหญ่ ผู้รังสรรค์นิพนธ์ต่างๆ ไว้มากมาย แม้จะทรงเพศบรรพชิตอยู่ก็ตาม</p>
<p>สำหรับประเพณีการเทศน์มหาชาตินั้นมี จารึกไว้ว่า แสดงกันมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา ส่วนใหญ่วัดต่างๆ จะจัดขึ้นช่วงหลังรับกฐินแล้วอาจจะเป็นราวๆ เดือน 12 หรือเดือนอ้าย (เดือน 1)&#8230;</p>
<p>กล่าวกันว่า บรรยากาศการเทศน์มหาชาติในยุคกรุงศรีอยุธยาคึกคักมาก เป็นที่ทรงโปรดของพระเจ้าอยู่หัวพระองค์ต่างๆ</p>
<p>ลีลาการเทศน์ก็เป็นไปอย่างสนุกสนานสอด คล้องกับตัวละครในเรื่องพระเวสสันดรชาดก</p>
<p>ต่อมาในยุคกรุงรัตนโกสินทร์เทศน์มหาชาติก็ยังเป็นที่นิยมและเป็นที่ทรงโปรดของ ทุกรัชกาล และหลายๆรัชกาลที่ทรงผนวชตามพระราชประเพณีนั้น ก็ได้ทรงฝึกการเทศน์มหาชาติ  และได้ขึ้นเทศน์ถวายแด่พระบรมวงศานุวงศ์ด้วยในช่วงที่มีเทศกาล</p>
<p>ไม่เพียงแต่จะเป็นพระราชประเพณีในวังหลวงเท่านั้น การเทศน์มหาชาติยังแพร่กระจายออกไปทั่วทุกแห่งหนในราชอาณาจักร รวมทั้งที่ตำบลบ้านนอกอย่างบ้านเก่าของผมที่นครสวรรค์ก็มีโอกาสได้สัมผัสกับ ประเพณีนี้ มาจนถึงรุ่นผม และทราบว่าปัจจุบันก็ยังมีเป็นประจำทุกปี</p>
<p>พูดถึงนครสวรรค์ก็นึกได้เมื่อหลายปีก่อนโน้น เคยมีข่าวหน้า 1 หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ รายงานว่า มี สามเณรนักเทศน์ รูปหนึ่งได้รับฉายาว่า “สามเณรเสียงทอง” เทศน์มหาชาติได้เด็ดดวงนัก ร่ำลือกันไปทั้งนครสวรรค์</p>
<p>ผมไม่แน่ใจว่าต่อมาสามเณรเสียงทองรูปนี้จะสึกออกมากลายเป็นนักร้องเพลงแหล่ ชื่อดัง ทศพล หิมพานต์ ที่แหล่คู่กับ ไวพจน์ เพชร-สุพรรณ อย่างเอร็ดอร่อยในขณะนี้ หรือมิใช่&#8230;แต่ถ้าจำไม่ผิดน่าจะเป็นบุคคลเดียวกัน</p>
<p>เฮ้อ! เนื้อที่หมดเสียแล้ว ขอสรุปเลยดีกว่าว่า ในระหว่างวันที่ 24-31 ธันวาคมนี้ จะมีเทศน์ มหาชาติวันละกัณฑ์ตั้งแต่เวลา 16.00 น.เป็นต้นไป เริ่มด้วย กัณฑ์มหาราช ในวันเสาร์ที่ 24 ธันวาคม ไปจนถึงกัณฑ์ นครกัณฑ์ ซึ่งเป็นกัณฑ์สุดท้าย ในวันเสาร์ที่ 31 ธันวาคม</p>
<p>มีสามเณรมาแสดงด้วย  ได้แก่  สามเณรกิตติ ชอนครบุรี  จากวัดสระเกศ ในกัณฑ์  จุลพน  จะแสดงได้โดดเด่นเป็นที่ติดอกติดใจญาติโยมเหมือนสามเณรเสียงทองที่เอ่ยถึง ข้างต้นหรือไม่ ขอเชิญท่านที่สนใจแวะไปฟังและร่วมติดกัณฑ์เทศน์ได้ครับ</p>
<p>นี่ผมเน้นเฉพาะเทศน์มหาชาติ ที่ผมมีความระลึกถึงและมีความผูกพันเก่าๆเท่านั้นนะครับ&#8230;ยังมีการแสดง เฉลิมฉลองที่น่าสนใจอีกมาก ระหว่าง 24 ธันวาคม-2 มกราคมนี้ ที่วัดโพธิ์ “มรดกความทรงจำของโลก” ที่คนไทยเราสมควรจะช่วยกันดูแลรักษาไว้ตราบนานเท่านาน.</p>
<p><span style="color: #99cc00;"><strong>“ซูม”</strong></span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.zoomzogzag.com/2011/12/%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%a8%e0%b8%99%e0%b9%8c%e0%b8%a1%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%b4-%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%94%e0%b8%81%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b8%a1%e0%b8%a3/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

