ทีมงานซอกแซกได้รับแจ้งจากสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ว่า “อาคารนิทรรศน์รัตนโกสินทร์” ศูนย์เรียนรู้แบบใหม่ทันสมัย เพื่อให้คนไทยได้สัมผัสกับความเป็นมาของเมืองหลวงของประเทศไทยอย่างสมบูรณ์ครบถ้วนและตื่นตาตื่นใจ…มีอายุครบ 2 ปีไปเรียบร้อยเมื่อวันที่ 9 มีนาคม ที่ผ่านมานี่เอง
หลังจากที่เปิดอาคารให้ประชาชนเข้าเยี่ยมชมอย่างเป็นทางการวันแรกเมื่อ 9 มีนาคม 2553 โดยเริ่มจากส่วนที่ 1 ประมาณ 70 เปอร์เซ็นต์ก่อน…จากนั้นในวันที่ 26 มิถุนายน 2554 อาคารนิทรรศน์รัตนโกสินทร์ก็ดำเนินการส่วนที่ 2 แล้วเสร็จ จนครบถ้วน 100 เปอร์เซ็นต์ตามเป้าหมายของโครงการที่ตั้งไว้
ตลอด 2 ปีที่ผ่านมา มีผู้เข้าเยี่ยมชมไปแล้วกว่า 2 แสนคน ประกอบด้วยเด็กๆ เยาวชน นักเรียน นักศึกษา นักท่องเที่ยว และบุคคลทั่วไป …นับเป็นผลตอบรับที่สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์มีความภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่ง
ทีมงานซอกแซกเองก็พลอยภาคภูมิใจไปด้วยที่อาคารนิทรรศน์รัตนโกสินทร์ได้รับความสนใจมากมายถึงขนาดนี้ และขอถือโอกาสนี้นำเรื่องราวมาเขียนถึงอีกครั้งหนึ่ง
เพื่อเป็นการให้กำลังใจแก่ผู้เกี่ยวข้องทุกๆฝ่ายที่จะย่างก้าวเข้าสู่ปีที่ 3 ปีที่ 4 และปีต่อๆไปในอนาคตข้างหน้า
ในส่วนของทีมงานเองนั้น ได้มีโอกาสแวะกลับไปเยี่ยมชมอีกหลายครั้ง โดยเฉพาะการไปดูนิทรรศการหมุนเวียนที่จัดขึ้นตามเทศกาลหรือโอกาสอันสำคัญต่างๆ
ทุกครั้งที่ไปก็จะหาโอกาสไปนั่งที่ห้องหมายเลข 8 หรือห้อง “รัตนโกสินทร์สกายวิว” สั่งกาแฟมานั่งดื่ม พร้อมกับทอดสายตาไปยังสิ่งก่อสร้างคู่บ้านคู่เมืองที่มองเห็นอยู่รอบๆ
นับแต่ภูเขาทอง ป้อมมหากาฬ วัดราชนัดดารามวรวิหาร โลหะปราสาท ลานพลับพลาเจษฎาบดินทร์ รวมตลอดถึงถนนราชดำเนินและอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ฯลฯ
เป็นพิพิธภัณฑ์ของจริงที่บอกเล่าเรื่องราวของกรุงรัตนโกสินทร์ได้ส่วนหนึ่งอยู่แล้ว
ส่วนที่จัดแสดงเพิ่มเติมล่าสุดเมื่อปีกลาย ได้แก่ ห้อง “รุ่งเรืองวิถีไทย” และ “ห้องดวงใจประชา” ก็เป็นอีก 2 ห้องที่เมื่อสร้างเสร็จแล้วสามารถช่วยเติมเต็มความเป็นมาของกรุงรัตนโกสินทร์ได้อย่างสมบูรณ์ครบถ้วน
ทีมงานจะเขียนถึง 2 ห้องนี้เสียเองเกรงว่าจะบรรยายไม่ดีเท่าข้อความในแผ่นพับเผยแพร่ที่ได้รับแจก เมื่อมีโอกาสไปเยือนล่าสุด…ขออนุญาตคัดลอกมาสู่กันอ่านดังนี้
“ห้องดวงใจประชา กรุงรัตนโกสินทร์ได้รับการสถาปนาและปกครองให้เจริญมั่นคงโดยพระมหากษัตริย์ในบรมราชจักรีวงศ์ ความเป็นชาติที่มีเอกราชและอารยะได้แสดงให้เห็นว่า การดำรงสถานะกษัตริย์ตลอด 9 รัชกาล มิได้อยู่ในความสะดวกสบายเลย
หากแต่เป็นฐานะของผู้ที่มีความสามารถสูงยิ่งในการนำพาประเทศให้รอดพ้นจากวิกฤตการณ์ และสร้างความเป็นอยู่ที่ดีแก่ประชาชน คือพระราชกรณียกิจนานัปการที่ได้ถ่ายทอดไว้ในนิทรรศการห้องนี้
อาทิ วีดิทัศน์การฟื้นฟูความรุ่งเรืองของสยามประเทศท่ามกลางบรรยากาศสมัยต้นกรุงรัตนโกสินทร์
รำลึกในพระราชกรณียกิจอันยิ่งใหญ่ฝ่ามรสุมมหาอำนาจนำชาติสู่ศิวิไลซ์
ร่วมตราตรึงไปกับภาพยนตร์ใน พระบาท สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุยเดช ผู้ทรงประกอบพระราชกรณียกิจนำความอุดมสมบูรณ์จากดินสู่ฟ้า…จากป่าสู่เมือง ในบรรยากาศที่โอบล้อมตัวคุณเสมือนพระมหากรุณาธิคุณที่ปกแผ่ไปทั่วสารทิศ”
สำหรับห้อง “เรืองรุ่งวิถีไทย” ที่คอลัมน์นี้ยังมิได้กล่าวถึงเมื่อครั้งก่อน เพราะยังตกแต่งไม่แล้วเสร็จนั้น ขออนุญาตแนะนำว่า เมื่อเข้าไปในห้องนี้จะเรียนรู้วิถีชีวิตคนไทยในมหานครแห่งนี้ตั้งแต่อดีตอันยาวไกลมาจนถึงอดีตที่เพิ่งจะผ่านไปไม่นานนักอย่างครบถ้วน
มีการนำดูชมในแบบสมมติว่านั่งเรือเลาะลำคลองต่างๆ หรือนั่งรถรางที่ไม่มีอีกแล้วในยุคนี้ ให้คล้ายกับการย้อนยุคกลับไปจริงๆ
บรรยากาศหลังวังบูรพาเป็นอย่างไร? โก๋ หลังวัง แต่งตัวอย่างไร? และกรุงรัตนโกสินทร์เป็นอย่างไรในยุคซิกซ์ตี้ก็อยู่ในห้องนี้ด้วย
รวมทั้ง หากจะแปลงโฉม ฉายรูปลงปกนิตยสารสมัยโบราณเพื่อเก็บไว้เป็นที่ระลึกส่วนตัว ก็อาจจะใช้บริการได้ในห้องนี้เช่นกัน
กล่าวโดยสรุป อาคารรัตนโกสินทร์หลังแต่งเติมล่าสุดแล้ว จะมีห้องนิทรรศการทั้งสิ้น 11 ห้อง มีจุดชมวิว 1 จุด มีห้องสมุด 1 ห้อง ไม่นับร้านขายของที่ระลึก ตลอดจนร้านกาแฟ หรือขนมนมเนยที่มาเปิดบริการในอาคารเดียวกัน
ยังคงเปิดให้บริการทุกวัน ยกเว้นวันจันทร์ ตั้งแต่ 11.00 น. จนถึง 20.00 น. ในวันธรรมดา และจะเปิดเร็วขึ้นเป็น 10.00 น. สำหรับเสาร์ อาทิตย์ และวันนักขัตฤกษ์
อัตราค่าเข้าชมยังอยู่ที่ 100 บาท เก็บเท่ากันทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ
เปิดให้เข้าชมฟรีสำหรับเด็กที่สูงไม่เกิน 120 เซ็นติเมตร หรือนักเรียน นักศึกษา (ไม่เกินระดับปริญญาตรี) ในเครื่องแบบ รวมทั้งพระภิกษุ สามเณร และนักบวชของทุกศาสนา
แน่นอนสำหรับผู้พิการและผู้สูงอายุ (60 ปีขึ้นไป) ก็เป็นอีกกลุ่มหนึ่งที่เข้าชมได้โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ
การเดินทางไปเยี่ยมชมที่สะดวกที่สุดคือ รถสาธารณะ โดยเฉพาะรถเมล์ ทั้งธรรมดาและปรับอากาศที่มีผ่านหลายสายมาก แต่ถ้าจะขับรถไปก็พอมีที่จอด ซึ่งอาจจะต้องเสียค่าใช้จ่ายบ้าง ทั้งในส่วนที่อาคารรัตนโกสินทร์จัดไว้ หรือที่จอดรถเอกชนที่มีอยู่ใกล้ๆ
ถ้ามีโอกาสก็เชิญนะครับ สถานที่หาไม่ยาก ไปที่พลับพลาเจษฎาบดินทร์ หรือบริเวณโรงภาพยนตร์ ศาลาเฉลิมไทย เก่านั่นแหละ
ตีตั๋วเข้าไปแล้วจะใช้เวลาดูนานเท่าไร เขาก็ไม่ว่า เพียงแต่อย่าให้เกิน 2 ทุ่ม เวลา ปิดประตู ปิดอาคารของเขาก็แล้วกัน.
“ซูม”